วันจันทร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2559

ความคิดเห็น ตอนที่ 3

48. การคิดทำลายผู้ที่งดงามสะอาดเลิศประเสริฐสุดอย่างหลวงพ่อธัมมชโยถึงขนาดทุ่มเทโจมตีปล่อยข่าวบิดเบือนสร้างกระแสหวังให้อำนาจรัฐทำลายทั้งหลวงพ่อและวัดอย่างที่มโนทำอยู่นี้ ต้องคิดกันแล้วล่ะว่า มีอะไรเป็นเบื้องหลังที่เลวร้ายสุดขั้วหนุนหลังอยู่แน่นอน สำคัญว่า ท่านผู้อ่าน ผู้ฟัง จะพร้อมไหมที่จะรับสภาพความเลวร้ายที่จะเกิดขึ้นหากพวกนี้ทำการสำเร็จ ถ้าคนดีอย่างหลวงพ่อไม่ได้ครองเมืองด้วยธรรม คนอีกแบบครองเมือง ประเทศจะเป็นยังไง โลกใบนี้จะเป็นยังไง เมื่อคนอกตัญญู ไม่รู้บาปบุญคุณโทษครองเมือง เมื่อพุทธศาสนาหมดไปจากประเทศ กว่าจะตื่นตัวรับรู้ว่า มีอะไรอยู่เบื้องหลัง
49. และมโนถึงกับยอมเอาชีวิตหลั
งความตายของตัวเองไปลงอเวจีมหานรกแบบไม่ได้ผุดได้เกิดอีกยาวนาน แต่ก่อนตายขอทุ่มชีวิตแลกซะขนาดนี้ เพื่อล้มล้างผู้ที่ดีงามที่สุดในยุคนี้ที่มุ่งหวังมีมโนปณิธานจะปราบมารติดตามหลวงปู่ขนพาสรรพสัตว์ให้พ้นจากวัฏสงสาร ไปสู่ที่สุดแห่งธรรมให้ได้นี้น่ะ เพื่อแลกกับอะไรที่จะนำหายนะและความฉิบหายมาสู่มวลมนุษยชาติอย่างที่ตัวเขาเองไม่รู้ตัว เหมือนโดนปีศาจร้ายเข้าสิง และใครที่ร่วมผสมโรงกับเขาด้วย ก็จะพลอยได้อานิสงส์คือบาป ไปอเวจีมหานรกกับเขาด้วย อย่าให้ความโง่บดบังใจ จนไม่ใช้ปัญญาที่พ่อแม่ให้มา มาพิจารณาไตร่ตรอง ผิดชอบชั่วดีแยกแยะให้ออก แล้วหนทางสว่างจะได้เกิดแก่ทุกท่านทุกคน เป็นบุญกุศลตอบแทนพ่อแม่ที่ให้ีวิตแก่เราที่เกิดมาในชาตินี้ ไม่หลงกล ไม่โดนคนชั่วหรือคนบ้าหลอกให้ไปตกนรกกับเขาด้วย
50. ให้หลวงพ่อวัดพระธรรมกาย ที่มโนบอกว่า ท่านหลอกให้คนมาซื้อค้อนอันละ 350000 แล้วท่านให้พร "
โป้งรวย"  เราว่านะ ถ้าใครหลงเชื่อคำนี้ของมโนแล้วมาที่วัดพระธรรมกายเพื่อซื้อค้อนที่ว่านี้หวังจะรวยตามคำพรท่านนะ ยังจะได้รวยจริงๆ เพราะได้ประกอบเหตุทำบุญไว้จริง ทำบุญแล้วย้อมรวยได้ในชาติต่อไป ถ้าตายก็ยังมีโอกาสไปสวรรค์ พอจะไปเข้าฝันญาติโยมตอนตายแล้ได้ว่า มาเป็นเทพบุตร เทพธิดาบนสวรรค์แล้วนะ ดีกว่าตกนรก ไม่ต้องอเวจีหรอก แค่ยมโลกยังไม่มีทางมาบอกใครบนโลกว่านรกมีจริงเลย แต่ยมโลกยังรับบุญได้ ทุกวันพระถ้าญาติพี่น้องเข้าวัถวายสังฆทานทำบุญกับพระแล้วอุทิศบุญไปให้ในวันพระ และพุทธศาสนากับวัดและพระยังมีหลือ อยู่ให้ทำบุญ แต่ถ้าเป็นอุสสทนรก หรือมหานรก หมดสิทธ์รับบุญ ยิ่งอเวจีมหานรก ยิ่งลืมเลยยาวนาน ไปสวรรค์ดีกว่าแน่นอน แม้นรกอาจไม่มีจริง แต่ก็ไม่น่าเสี่ยงไปเช่นกัน เราจะรู้ตอนเป็น หรือเราจะไปเห็นตอนตาย ถ้ารู้ว่ามีตอนที่ยังมีชีวิตอยูยังแก้ไขชีวิตตนได้ทัน แต่ถ้าไปรู้ตอนตาย ก็ไม่มีทางแก้ไข
51. การที่คุณอัยย์ ได้นำความจริงเกี่ยวกับหลวงพ่อและวัดพระธรรมกายมาขยายผ่านช่องทางต่างๆ โดยเฉพาะในรายการอัมรินนี้ เพื่อแก้ไขความผิดที่มโนไปพูดไว้ให้คนไม่รู้หลงเชื่อและเข้าใจผิด จะทำให้คนมีปัญญา มีบุญอยู่บ้าง จะไม่หลงเชื่อมโน เพราะจะไปอเวจีมหานรกกับเขาด้วยถ้าร่วมประจานกล่าวร้ายหลวงพ่อต่อๆ กันไป ที่สำคัญ หลวงพ่อเป็นลูกศิษย์ที่สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วงเป็นผู้บวชให้ และเป็นการบวชครั้งเดียวใช้ตลอดชีวิตของหลวงพ่อที่อาศัยคำสอนโอวาทของสมเด็จท่าน ประกอบคุณงามความดีแก่พระพุทธศาสนาและเผยแผ่วิชชาธรรมกายตามมโนปณิธานของหลวงปู่ทำให้วัดพระธรรมกายผลิตพระแท้สู่สังฆมณฑลมากที่สุด ฟื้นฟูศีลธรรมโลก ปกป้องภัยพระพุทธศาสนา สุดกำลังของชีวิตท่านตั้งแต่บวชถึงวันนี้
52. กว่า 46 พรรษา ของท่าน เป็นที่ภาคภูมิใจและปลื้
มใจที่พระอุปัชฌาย์จะมีต่อลูกศิษย์ที่ตนเป็นผู้บวชให้ในครั้งนันขนาดไหนลองคิดกันดู ถ้าพระธัมมชโยสอนผิด มีหรือที่พระผู้บวชให้เป็นถึงระดับเปรียญธรรม9ประโยคอย่างสมเด็จช่วงจะไม่รู้ ยิ่งเป็นศิษย์ยิ่งต้องสอดส่องเป็นพิเศษ จะไม่มีการปล่อยให้ทำผิดพลาดผิเพี้ยนอย่างที่ใครพยายามใส่ร้ายกล่าวหาหลวงพ่ออย่างแน่นอน และจะยิ่งกำราบหนักเพราะสมเด็จรักษาการ ประมุขสงฆ์ จะปกครองใครได้ไงถ้ายังมีอคติ 4 คือความลำเอียง โดยเฉพาะการลำเอียงเพราะรัก ระดับของสมเด็จ ไม่ใช่ใครจะเล่นหัวหรือคะนองปากไปพูดด่าว่าปาวๆ ใส่ร้ายโดยไม่มีหลักฐานหรือความถูกต้องสมควรสัมมาคารวะ
53. เมื่อมีคนพยายามขั
ดขวางการเสนอชื่อสมเด็จช่วงให้เป็นพระสังฆราชทั้งๆ ที่ทำตามกฏระเบียบเดิมทุกอย่างและมีมติเป็นเอกฉันท์ด้วยคุณูปการของท่านที่มีอย่างแท้จริงในระดับโลก และพยายามกล่าวร้ายดึงเรื่องพัพันกับหลวงพ่อธัมมชโย ในคดีศุภชัย หาว่าสมรู้ร่วมคิดกับศุภชัยโกงเงินสหกรณ์ แต่มส.โดยสมเด็จช่วงเป็นประธาน ได้ตัดสินว่าหลวงพ่อไม่ปาราชิก ในฐานะที่ท่านก็จบปธ.9 มีหรือจะรู้ไม่จริงในเรื่องนี้และตัดสินผิดพลาด แต่แปลกมากที่ฆราวาสผู้บวชมั่งไม่บวชมั่ง กลับมาชี้ว่าตัดสินผิด มากล่าวหาหลวงพ่อว่าทำผิด และยังไปดึงทางโลกให้มาตรวจสอบทางธรรมที่มีกระบวนการทางธรรมชัดเจนดีงามอยู่แล้วเป็นปกติด้วย แปลกมากๆ
54. การที่คนไม่รู้ทางธรรมระดับสูงสุดคือ ปธ.9 จะมาตัดสินเรื่องที่ตัวเองไม่รู้ คงต้องใช้เวลาทั้งชาติไปเรียนให้จบปธ.9 ก่อนรึเปล่า จึงจะมาตัดสินได้ถูกต้อง แต่ก็เพียรสอดเข้ามาเพื่อดึงเรื่องถ่วงเวลาให้มีข้อกังขาและเลื่อนกำหนดการเสนอชื่อออกไปเรื่อยๆ ซื้อเวลาเพื่ออะไรสักอย่างที่อยู่เบื้องหลังแน่นอน เรื่องนี้สังคมก็ไม่รู้อะไรเลย คอยฟังคอยเชื่อตามสื่อที่น่าจะโดนซื้อให้ทำตามๆ กันประโคมกันตามๆ กันเพื่อให้เหมือนกับว่าเป็นเรื่องที่ส่วนใหญ่เห็นว่าดีเห็นว่าถูก ต้องแล้วที่ทำอย่างนี้ ทั้งๆ ที่แค่สามัญสำนึกยังไม่ผ่านเลย อย่างกรณีเรื่องคดีศุภชัย นั้นแปลกไหมล่ะ เขาว่าศุภชัยโกงเงินสหกรณ์ไปเป็นหลายหมื่นล้าน แต่พบว่า เอามาทำบญกับวัดพระธรรมกายแค่ 7-8ร้อยล้าน ในแต่ละโครงงานหลายปีรวมๆ กัน
55. แทนที่ DSI จะไปตรวจสอบหาว่าเงินอีกหลายพันล้าน เขาโกงเอาไปที่ไหน กลับมาหาเรื่องซักฟอกจะเอาคืนแค่จากวัดพระธรรมกายทั้งหมดเพราะนึกว่า เงินที่สร้างเจดีย์หรือสิ่งต่างๆ ในวัดมูลค่าหลายหมื่นหลายแสนล้านคงจะมาอยู่ที่นี่หมด แต่ความจริงมีแค่ 7-8 ร้อยล้านที่ทำบุญกับหลวงพ่อธัมมชโยวัดพระธรรมกาย แล้วปล่อยให้อีกหลายพันล้านที่มีใครอื่นเอาไป ไม่เป็นบุญเลยนั้น ไม่มีความหมาย มามุ่งโฟกัสกับแค่ 7-8ร้อยล้านนี้ และเขาก็ไม่รู้ว่า หลวงพ่อไม่เคยยอมให้ใครเป็นเจ้าภาพสร้างวัดทุ่มเงินจากคนนั้นคนเดียวเหมาการก่อสร้างทั้งหมด เพราะท่านต้องการให้บุญเกิดกับคนยากจนและคนทุกระดับ ที่จะได้บุญเป็นที่พึ่งทำให้เกิดความสุขและความสำเร็จในชีวิตของพวกเขา จะได้มีเวลานั่งหลับตาทำสมาธิพบความสุขภายในคือเข้าถึงพระธรรมกาย
56. ถ้ามัวแต่ทำมาหากินเมื่อไหร่จะได้มานั่งหลับตา เมื่อไหร่จะได้พบความสุข ดังนั้น แม้ในอดีตเคยมีมหาเศรษฐีระดับอดีตนายกฯ ของประเทศไทยชื่อดังท่านหนึ่ง และ มหาเศรษฐีใหญ่ท่านหนึ่ง เกิดจิตเลื่อมใสศรัทธาขอเหมาทุกโครงการก่อสร้างในวัดของหลวงพ่อโดย เฉพาะมหาธรรมกายเจดีย์ หลวงพ่อยังห้ามเลย และไม่รับด้วย เพราะท่านบอกว่า วัดเป็นบุญของทุกคน ทุกระดับ จะให้ความรวยเกิดแก่คนรวยไม่กี่คนในประเทศคงจะไม่ได้หรอก แล้วท่านก็เพียรบอกบุญแก่ญาติโยมทั่วไปให้ได้มาทำบุญกันคนละเล็กละน้อยละมากตามแต่กำลังทรัพย์ที่จะหาได้
57. จึงมีที่มาของคำว่า ผ่อนบุญ ซึ่งเกิดกับการผ่อนสร้างองค์พระประจำตัวบนเจดีย์นั่นแหละ เจดีย์พระล้านองค์ ทำด้วยวัสดุซิลิคอนบรอนซ์ที่จะทนการกัดกร่อนได้ยาวนานเป็นพันปี จะได้มีรูปกายของมหาบุรุษที่เป็นพระธรรมกายที่คนจะเห็นได้ในตัวเองแบบนี้เปี๊ยบเมื่อปฏิบัติได้ถูกวิธีเข้าถึงได้เห็นได้ เป็นการรักษาพระพุทธศาสนาวิชชาธรรมกายไว้ ที่ฐานองค์พระประจำตัวจะมีชื่อจารึกผู้เป็นเจ้าของบุญแต่ละองค์ทุกองค์ และมีเวลาให้ผ่อนบุญได้จนกว่าจะสร้างเสร็จ ก็เหมือนสร้างบ้าน มีการผ่อนบ้าน ผ่อนรถ แบบเดียวกัน แต่นี่ผ่อนบุญก็ได้บุญไปตามกำลังที่ทำมาแล้ว เป็นสัดส่วนตามที่ทำบุญจริง เช่นกัน บางคนผ่อนไม่จบก็ได้บุญแค่เท่าที่ทำไม่เจบองค์ ก็จะมีเจ้าภาพมาปิดให้จบเพื่อให้ก่อสร้างเสร็จในเวลาต่อมาด้วย
58. ใครทำแค่ไหนก็ได้บุญแค่ที่ทำเป็นตามกฎแห่งกรรมจริงๆ ดังนั้น กรณีศุภชัย และ DSI เข้ามา ก็มาจากกลุ่มคนที่มโนและพวกไปดึงเขั้ามาเพื่อให้จัดการพระธัมมชโย เพื่อให้ด่างพร้อยถึงสมเด็จช่วง จะได้ดึงเรื่องเสนอชื่อสมเด็จช่วงไม่ให้เป็นพระสังฆราชไปได้นานๆ จนกว่าอะไรสักอย่าง ที่พวกเขารู้กัน แต่คนทั้งชาติไม่รู้เรื่องด้วยเลย แบบนี้เห็นได้ชัดว่า มีผู้ตั้งใจกลั่นแกล้งเอาผิดกับหลวงพ่อธัมมชโยด้วยเหตุผลบางอย่างเบื้องหลังจริงๆ แล้วมันเหลือเชื่อเหมือนกันที่คนทางโลกที่ไม่ได้มาทำบุญที่วัดพระธรรมกายจะคิดไปไม่ถึง ว่า ศุภชัยถวายทำบุญด้วยเช็คเป็นหลักร้อยล้าน หลายๆ ครั้งมาแล้ว ก่อนที่จะมีการโกงสหกรณ์ฯ
59. และที่พิธีกรถามว่า มีสหกรณ์ฯ อยู่ในวัดพระธรรมกายหรือเปล่า คุณอัยย์ตอบถูกแล้วว่า ไม่มี แต่มีสหกรณ์อยู่ใกล้รั้ววัดพระธรรมกาย เปิดให้บริการสะสมเงินแก่ชาวนักบุญที่มาอยู่ใกล้วัดได้เก็บออมเงิน ก็เหมือนธนาคารต่างๆ ก็มาเปิดอยู่ใกล้ๆ วัดพระธรรมกายเพื่ออำนวยความสะดวกเงินเข้าออกในการทำบุญ และเงินส่วนใหญ่ก็ฝากถอนเพื่อทำบุญกับหลวงพ่อและวัดพระธรรมกายทั้งสิ้น บางครั้งก็มีการให้บริการกู้เงินดอกเบี้ยต่ำเพื่อให้เกิดสภาพคล่องแก่นักบุญด้วยเหมือนกัน ซึ่งไม่ได้เป็นการผิดตรงไหน เมื่อผู้บริหารสหกรณ์หรือธนาคารแห่งไหน อยากได้บุญนี้ที่อำนวยความสะดวกให้กับนักบุญได้มีเงินไปทำบุญก่อน ตราบเท่าที่ผู้กู้ยังไม่มาผ่อนใช้คืนสหกรณ์หมด ใช้คืนเงินกู้ตามสัญญาได้หมด บุญนั่นเป็นของสหกรณ์หรือธนาคารนั้นไปเรื่อยๆเลย ก็จะทำความเจริญมาสู่สหกรณ์หรือธนาคารแห่งนั้นต่อๆ ไปด้วยเพราะผลแห่งบุญที่ทำไว้ บุญจะกลายเป็นของผู้กู้ครบหมดทันทีที่ผ่อนครบหมด ถ้าไม่หมดก็ได้บุญแค่ผ่อนตามนั้
60. ถ้าผู้กู้ผ่อนไม่หมดหรือหมดแรงผ่อนต่อ เป็นหนี้สูญ สหกรณ์ก็จะเป็นผู้ได้บุญนั้นไปโดยอัตโนมัติ และบริหารหนี้สูญไปตามระบบของสหกรณ์ก็ไม่เกี่ยวกับใครเพราะสหกรณ์จะทำอย่างนี้ได้ต้องรู้จักเรื่องการทำบุญมาพอสมควรจึงจะอำนวนความสะดวกแบบนี้ได้ ส่วนมากผู้กู้ก็ได้เงินก้อนไปทำบุญใหญ่ก่อน เพราะพอบุญใหญ่ปิดโครงการก็จะไม่มีให้ทำแล้ว จึงต้องแข่งกับเวลาหาเงินก้อนมาทำบุญก่อน แล้วมาทยอยส่งคืนสหกรณ์ทีหลังตามสัญญากู้ยืม มันไม่แปลกตรงไหนเลยเมื่อโครงการสร้างอาคารของหลวงพ่อไม่ใช่ราคาถูกๆ หรืออาคารเล็กๆ ระดับค่าก่อสร้างหลักพันหลายพันล้านเพราะงานใหญ่ ไปทั่วโลก
61. เราเห็นการก่อสร้างใหญ่ๆ ทางโลกเช่นสร้างห้างสรรพสินค้าให้คนไปเดินซื้อของ ยังไม่เห็นมีใครเอาเงินของตัวเองมาลงเพื่อสร้างทั้งห้าง ก็เห็นเปิดประมูลบ้าง กู้ธนาคารมาลงทั้งนั้นแหละ โดยมีสัญญาใช้คืนและดอกเบี้ยตามที่ตกลงกันได้ทั้งนั้น แค่หลวงพ่อไม่ได้เป็นผู้เซ็นสัญญากู้ยืมเพื่อก่อสร้างใดๆ ลูกศิษย์รู้สึกอยากเป็นเจ้าของวัดเจ้าของบุญนั้นเอง ใครมีเครดิตก็ไปเปิดเครดิตกับธนาคารหรือสหกรณ์เพื่อกู้เงินก้อนมาทำบุญแทนหลวงพ่อก็เป็นเรื่อง ที่น่าชื่นชมอนุโมทนา คนเรายังยอมเป็นหนี้ธนาคาร 20-30 ปีเพื่อซื้อบ้านอยู่เองสักหลัง หรือเป็นหนี้ธนาคารสัก 5 ปีเพื่อซื้อรถมาใช้สักคัน ทำไมเราจะยอมกู้ธนาคารเพื่อเอาเงินมาถวายให้หลวงพ่อทำงานพระศาสนาโดยขอเป็นผู้ผ่อนใช้คืนหนี้เองไม่ได้บ้าง ในเมื่อหลวงพ่อท่านสร้างจริง ใช้จริง และบุญเกิดขึ้นจริง
62. เวลาบุญเกิดขึ้นจริง ผู้ถวายปัจจัยนี่แหละ จะเห็นผลนั้นด้วยตัวเองและจะปลื้มมาก จึงได้เต็มใจทำแล้วทำอีก ส่วนถ้าใครพลาดหมุนเงินไม่ผ่านเพราะมีวิบากกรรมกลั่นแกล้งโดนโกงเหมือนศุภชัย ก็จะต้องเจอกรรมตามเล่นงานให้ชดใช้ไปตามกฎหมายอยู่แล้ว แต่มันตัดตอนไปแล้ว ระหว่างที่เงินนั้นถวายหลวงพ่อไปแล้วโดยท่านไม่รู้เห็นอะไรด้วย และท่านก็นำไปสร้างเสร็จแล้ว บุญเกิดกับเจ้าของเงินไปเรึียบร้อยแล้ว ส่วนเจ้าของเงินไปหยิบยืมใครเขามาแล้วไม่คืนรึเปล่า ไม่ได้เกี่ยวข้องกับหลวงพ้่อ เช่นกันกับใครๆ ในโลก ถ้ามีใครเอาเงินมาร่วมลงทุนกับเราในการทำการค้าอะไรสักอย่างด้วยกัน แล้ววันดีคืนดี พบว่า เงินนั้นเขาโกงคนอื่นมา
63. ถามว่า ตัวเราไม่มีส่วนรู้เห็นด้วยอะไรเลย จะต้องตามไปชดใช้หรือโดนฟ้องร้องไปด้วยจะยุติธรรมไหม จะมีใครสักคนไหมที่จะยินดียอมรับผิดว่าได้สมรู้ร่วมคิดกับเพื่อนโกงเงินนั้นมาจากคนอื่น ทั้งๆ ที่ตัวเองไม่รู้เรื่องอะไร แล้วถ้าโดนเอาผิดแบบเดียวกันนี้ จะยอมรับไหมว่าตัวเองได้ทำชั่วไปกับเพื่อนด้วย แบบเดียวกันนี่แหละ เมื่อลูกศิษย์คนไหนจะทำบุญเท่าไหร่แค่ไหน ไปเอาเงินใครมาหรือโกงเขามาแล้วไม่ใช้คืนรึเปล่า หลวงพ่อย่อมไม่รู้ไม่เห็นเช่นกัน เมื่อไม่รู้ไม่เห็น จะเรียกว่า ผิดอาบัติปาราชิกได้อย่างไร แม้แต่มีคนคิดจะกล่าวหาว่าท่านผิดศีลข้อ 2 อทินนาทาน ยังว่าไม่ได้เลย เพราะการจะทำผิดศีล ต้องผิดครบองค์ประกอบของศีลด้วย
64. ตั้งแต่ ต้อง 1.
รู้ว่าทรัพย์นั้นมีเจ้าของหวงแหน 2. มีจิตคิดอยากได้ทรัพย์นั้น 3. วางแผนเพื่อให้ได้ทรัพย์นั้น 4. ลงมือกระทำการเพื่อให้ได้ทรัพย์นั้น และ 5. ได้ทรัพย์นั้นมาเป็นของตนในที่สุด กรณีศุภชัยนั้น หลวงพ่อไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเขาจะไปเอาทรัพย์ของใครมา ก็ต้องคิดไว้ก่อนว่า เป็นทรัพย์ของตัวเขาเอง และหลวงพ่อไม่มีจิตอยากได้ทรัพย์ที่มีคนหวงแหน เพราะคนที่จะถวายทำบุญ ย่อมไม่มีคำว่าหวงแหนแล้ว และท่านก็ไม่ได้วางแผนเพื่อทำการให้ได้ทรัพย์นั้นที่มีคนหวงแหน เอามาเป็นของตน เพราะทรัพย์นั้นคนตั้งใจถวายแล้ว ไม่ได้หวงแหนแล้ว จึงนำมาถวายได้ สุดท้ายหลวงพ่อได้ทรัพย์มาโดยไม่เข้าข่ายในองค์แห่งศีลข้อ 1 ข้อ 2 ข้อ 3 ข้อ4 แต่ได้ข้อ 5 มาโดยไม่รู้ จึงไม่ผิดในองค์แห่งศีล ไม่ครบความผิดตามองค์แห่งศีล ย่อมไม่ผิดศีล
65. แต่ความจริงก็เป็นอย่างนั้น เพราะมหาเศรษฐีที่มาทำบุญกับหลวงพ่อถวายเป็นหลักหลายร้อยล้านก็มีอยู่มากมายหลายคน ไม่ใช่แค่ศุภชัย แต่หลวงพ่อไม่ได้ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับใคร แม้เวลามาร่วมพิธีกรรมจะมีการจัดที่นั่งให้พิเศษสำหรับเจ้าภาพมหาเศรษฐีต่างๆ ตามระดับการทำบุญมาก ก็เป็นการให้ความสะดวกและความสบายใจในการมาร่วมพิธีกรรมบุญที่รวมคนทุกแบบไว้ด้วยกันเท่านั้น ท่านก็ให้การต้อนรับปฏิสันถารตามลำดับและตามความเหมาะสมไม่ให้โลกติเตียนได้เท่านั้น เพราะการมาวัดนั้น คนมาได้ งูมาได้ ปลาก็มาได้ วัดเป็นที่เปิด การป้องกันภัยอันตรายก็ทำได้ระดับหนึ่ง คนคิดดีก็มี คนคิดชั่วก็ไม่ติดป้ายบอกกันที่หน้าผากให้เห็น
66. การจัดบริเวณร่วมพิธีให้ตามระดับของความเป็นเศรษฐีจึงเหมาะสมและทำให้สบายใจ เมื่อนั่งหลับตาจะได้ไม่ต้องระแวงว่าลืมตามาแล้วกระเป๋าสตางค์เงินล้านจะหายไป เหล่านี้เป็นเหตุเป็นผลกันตามชนิดและประเภทของคน แต่ไม่ใช่การซื้อที่นั่งที่คนชอบเรียก เมื่อคนมีหลายประเภท คนประเภทเดียวกันระดับเดียวกันก็จะมีความพึงพอใจแบบคล้ายๆ กัน ก็จัดให้อยู่ในบริเวณเดียวกัน เพื่อการดูแลให้เป็นสุขในการร่วมพิธีบุญเท่านั้น ในทางโลก หากเราร่วมพิธีการไหนๆ เขาก็ต้องจัดให้บุคคล VIP หรือ VVIP ได้นั่งในที่พิเศษเพื่อการดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกเป็นหลัก แบบเดียวกัน เมื่อพิธีบุญเป็นกิจกรรมบุญใหญ่เหมือนงานสัมมนาใหญ่ๆ ทางโลก การจัดระเบียบแบบนี้ก็เป็นที่สะดวกและสบายใจแก่ทุกคนที่มาร่วมบุญ
67. เมื่อวัดพระธรรมกายทำงานใหญ่ระดับโลก มีบุคคลระดับโลกหลายท่านเดินทางมาร่วมในพิธีบุญก็มี เป็นการมาศึกษาดูงานก็มี การต้อนรับดูแลก็จำเป็นต้องพัฒนาให้เป็นมืออาชีพเฉกเช่นการประชุมใหญ่ๆ ของบุคคลสำคัญระดับโลกด้วย แต่ไม่มีการแจกแถมอะไรเป็นพิเศษนอกจากที่นั่งที่สะดวกและปลอดภัยกว่าระดับล่างลงมา ก็เท่านั้น ส่วนการที่ใครจะมาทำบุญกับหลวงพ่อ มีทั้งแบบที่ถวายรวมพร้อมกับคนอื่นๆ ในสภาหรือห้องแก้วสารพัดนึกที่วัดพระธรรมกาย กับแบบที่ขอให้ผู้ประสานงานติดต่อขอพบเพื่อถวายต่อหน้าหลวงพ่อเป็นการส่วนตัว ก็มีแต่ก็ต้องมีเหตุเหมาะสมและจำเป็นสมควร เพราะหลวงพ่อมีเวลาน้อย อายุมากแล้ว สังขารไม่เอื้อต่อการรับแขกหรือเจ้าภาพแบบตัวต่อตัวได้นานๆ หรือบ่อยๆ
68. มีแค่กรณีที่เป็นญาติสนิทที่หายไปนาน หรือผู้ร่วมสร้างบารมีมาเก่าก่อนเคยสนิทกันเคยคุยกันใกล้ชิด ก็จะมีโอกาสจัดเวลาให้บ้าง กับผู้ที่มีกุศลศรัทธาในตัวหลวงพ่อแต่ยังไม่เชื่อมั่นในตัวบุคคลที่ทำงานด้านการเงินให้กับหลวงพ่อ กลัวเงินทำบุญของตนจะไม่ถึงหลวงพ่อจริงๆ แบบนี้ก็มี ยิ่งเป็นการทำบุญจำนวนหลักแสนของเจ้าภาพระดับกลางบางท่านที่ไม่เคยทำมากขนาดนี้มาก่อน ก็เกิดความระแวงไม่กล้าถวายรวมกับคนอื่นๆ ขอถวายส่วนตัวก็มี และเพื่อความปลื้มใจส่วนตัว ที่ได้ทำบุญกับหลวงพ่อที่ตนเองเคารพรักที่สุด เมื่อได้ถวายกับท่านก็เกิดความปลืั้มปีติ ซึ่งความปลื้มนี้เป็นผลให้ผลบุญส่งเร็ว ผู้ที่ถวายแบบนี้มักจะพบเหตุอัศจรรย์หลังทำบุญคือ ความปลื้มเป็นเหตุให้สมบัติกลับคืนมาสู่เขาไม่ทางใดก็ทางหนึ่งแบบเร็วแรงและอัศจรรย์เหลือเชื่อเสมอๆ
69. และเขาก็จะปีติอยากนำมาถวายทำบุญเพิ่มกับหลวงพ่ออีกเรื่อยๆ ได้มาก็มาทำอีกเรื่อยๆ ความปลื้มเพิ่มขึ้นก็รวยขึ้นเร็วขึ้น กลับมาทำอีกเป็นวัฏจักร แบบนี้ก็มี ซึ่งหลวงพ่อไม่เคยหยิบจับเงินนั้น หรือในถุงมีอะไรก็ไม่เคยรู้ อาจมีการเขัียนปิดป้ายหน้าถุงว่ามาถวายปัจจัยสมมติว่า 1 ล้าน ก็เห็นแค่หน้าถุง แต่รับแล้วก็ผ่านคืนให้กับผู้ประสานงานของเจ้าภาพท่านนั้นนำไปเข้าบัญชีที่ห้องขันติของที่วัดต่อไป มีส่วนน้อยที่ถวายปัจจัยเป็นการส่วนตัวแบบที่นายมโนกล่าวว่า ปัจจัยเข้าย่ามหลวงพ่อโดยตรง ซึ่งเมื่อใดที่ท่านได้รับมาแบบนี้ ท่านก็จะมาประกาศในรร.อนุบาลฯ ที่ท่านลงสอนด้วยเสมอ ว่า ท่านได้รับจากใครมาและท่านจะนำปัจจัยนั้นไปทำอะไร เพื่อให้เกิดเป็นบุญเร็วแรงแก่ผู้ถวาย นี่ก็เป็นรายละเอียดที่เป็นความจริง
70. มันก็มีเหมือนกัน ที่นักบุญหลายท่าน ตั้งใจจะถวายทำบุญกับหลวงพ่อในโครงงานหนึ่งๆ จำนวนหนึ่ง เช่น หมื่นบาท แต่เป็นการตั้งเป้า มีการออกเช็คล่วงหน้าถวายไปก่อนแล้วเมื่อเงินพร้อมจึงโอนเข้าบช. ของผู้ประสานงานไปดำเนินการต่ออีกที หรือค่อยแจ้งให้ผู้ประสานงานเข้าเช็คที่ตัวถวายไว้แล้วนั้นในวันเวลาที่กำหนด บางโครงการเป็นช่วงจังหวะทีเศรษฐกิจไม่ดี แต่งานฟื้นฟูพระพุทธศาสนารอไม่ได้ เพราะมีภัยพาลภายนอกและภายในอยู่ตลอด หลายท่านตั้งเป้าจะทำบุญเพราะอยากได้บุญนั้น แต่คาดการณ์ผิด ตีเช๊คล่วงหน้าแต่เงินมาไม่ทันก็ มี ก็ทำให้ไม่เข้าเป้า ต้องมาบอกบุญกันใหม่ ก็มีเป็นเรื่องปกติ ใครทำบุญแบบไหนก็ได้แบบนั้น แต่ก็ดีกว่าคนที่ไม่ทำอะไรเลย ก็ไม่ได้บุญเลยเช่นกัน
71. ดังนั้น เป็นปกติที่หลวงพ่อจะไม่ทราบไม่เห็นเช็คที่เขียนสั่งจ่ายในนามท่านหรือวัดพระธรรมกายว่ามาจากใคร มีเท่าไหร่ เพราะท่านบอกบุญเป็นโครงการสร้างแต่ละอย่าง มีกำหนดเวลาชัดเจน เหมือนที่คุณอัยย์บอก เมื่อใครต้องการทำบุญแค่ไหนที่ตัวเองจะปลื้มได้ดุจเป็นเจ้าของวัดก็จะทำทุกทางที่จะได้ทำบุญนั้นๆ มากเท่าที่จะปลดกังวลให้กับหลวงพ่อได้ เพราะหลวงพ่อท่านเป็นพระไม่มีหลักทรัพย์เพื่อการไปกุู้ธนาคารไหนๆ ในการสร้างอาคารสถานที่ต่างๆ ก็เหมือนทางโลกต้องมีการจ้างรับเหมาก่อสร้างจ่ายเงินค่าก่อสร้างเป็นงวดๆ ไม่ได้สร้างให้ฟรี เงินจ่ายทีละงวดต่องานก่อสร้างแต่ละชิ้นเป็นภาระหนักของเจ้าอาวาสที่เป็นพระและไม่มีรายได้อยู่แล้ว
72. ท่านจึงต้องบอกบุญและเป็นเนื้อนาบุญที่ดี ที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่ญาติโยมเมื่อนำทรัพย์มาถวายทำบุญกับท่านในซองในถุงทองในวันอาทิตย์ที่จะเห็นคนเป็นพันๆ หมื่นๆ มาถวายทำบุญแต่ละโครงการเท่าไหร่ก็ตาม ด้วยความบริสุทธ์ของท่านและผู้ถวายมีศีลบริสุทธิ์ด้วย ทรัพย์บริสุทธิ์ด้วย ก็จะส่งผลบุญได้เร็วอย่างอัศจรรย์มีให้เห็นมากมายหลายหมื่นเคสตลอด 46 ปีของวัดพระธรรมกาย จึงไม่มีใครสงสัยในความบริสุทธิ์หรือความเป็นเนื้อนาบุญของหลวงพ่อธัมมชโยและยินดีพอใจมากที่จะนำทรัพย์ที่หาได้ยากหรือเก็บไว้ใช้ยามยาก แต่ตัดสินใจนำออกจากบช.ธนาคารเพื่อมาถวายทำบุญสร้างโครงงานต่างๆ ให้หลวงพ่อท่านได้มีสถานที่ทำงานพระศาสนา
73. พอจบโครงการก็จะไม่มีแบบนั้นอีก จนกว่าจะเปิดโครงการใหม่ และการก่อสร้างสิ่งต่างๆ หรือทำโครงการต่างๆ ท่านก็ทำจริง เห็นๆ ตรวจสอบได้ทุกอย่าง ทำให้บุญเกิดขึ้นทันใจญาติโยม ความปลื้มเกิดขึ้นเมื่อเห็นบุญที่ตนเองถวายทำด้วยทรัพย์ที่หาได้ยากแต่ละครั้ง ได้เกิดเป็นบุญยสถานที่คนมาสั่งสมบุญกัน เมื่อเห็นบุญเกิดขึ้นจริงก็เกิดความเชื่อมัั่น ปีติและภาคภูมิใจ ที่มีส่วนในการสร้างงานพระศาสนาของหลวงพ่อให้สำเร็จไปทั่วโลก ด้วยเหตุนี้ การทำทานกับหลวงพ่อในจำนวนมากระดับหลายร้อยล้าน จึงมีอยู่มากในมหาเศรษฐีที่ยังมาวัดมาปฏิบัติธรรมกันอยู่ ซึ่งต่างคนก็ต่างมา และจะสังกัดพรรคการเมืองสีเดียวกันหรือคนละสี ก็ไม่มีใครสนใจเมื่อมาวัด
74. เมื่อเข้ามาวัดก็เป็นสีขาวด้วยกันหมดทุกคน ไม่มีการคุยเรื่องการเมืองในวัด เพื่อความสงบสุขของทุกคน ก็เป็นกติกาสำคัญในวัดที่ทำให้สงบสุขมาในทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็นสส.หรืออดีตสส.หรือสว.หรืออดีตนายกฯ คนไหนก็ตาม จะเป็นฝ่ายไหนสีไหนก็มาเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อเดียวกันได้ ไม่ทะเลาะกันเพราะไม่คุยกันเรื่องการเมือง มีแต่ทางธรรมะและทางบุญ นี่คือศาสนา ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองอย่างที่ใครพยายามจะชี้่ชวนชักนำให้คิดมองเป็นแบบอื่นให้ผู้คนหวาดระแวงว่าวัดพระธรรมกายเป็นของพวกฝ่ายสีนั้นสีนี้ เพื่อเป็นเป้าโจมตีทางการเมือง แต่แท้จริงไม่เกี่ยวอะไรกับการเมืองเลย มีแต่การพระศาสนาเท่านั้น
75. ดังนั้นการเพ่งโทษติเตียนหรือกล่าวร้ายต่างๆ กับหลวงพ่อธัมมชโยในตลอดหลายปีที่ผ่านมาจนถึงทุกวันนี้ ก็เป็นกระบวนการคนภัยคนพาลที่มุ
่งร้ายต่อพระพุทธศาสนาอย่างแท้ริง เพราะทุกวันนี้พระพุทธศาสนาแข็แกร่งเป็นปึกแผ่นมั่นคงขึ้นเมือหลวงพ่อธัมมชโยรวมสงฆ์ได้ทั่วประเทศเป็นปึกแผ่นมั่นคงในการทำความดีร่วมกัน ทั้งจัดบวชพระทั่วไทย ตักบาตรทั่วไทยเพื่อนำยข้าวสารอาหารแห้งไปช่วยเหลือวัดที่ประสบภัยใต้ ตลอด12ปี เป็นความเข้มแข็งของหลวงพ่อธัมมชโยและลูกศิษย์วัดพระธรรมกายที่ทำให้พระพุทธศาสนามีกำลัง เป็นที่พึ่งหลัก และเป็นศูนย์รวมใจชาวพุทธของทั้งโลกได้
76. การที่มโนและพวก หรือใครก็ตาม มีความคิดทำให้สงฆ์แตกแยก และทำลายชื่อเสียงทั้งหลวงพ่อธั
มมชโยและสมเด็จช่วง อาศัยเหตุต่างๆ เพื่อขัดขวางแบบนี้ จึงชัดเจนว่า มีใครที่ต้องการทำลายล้างพุทธศาสนาให้หมดไปจากประเทศไทย จึงมุ่งทำลายประมุขสงฆ์ที่จะส่เสริมหลวงพ่อวัดพระธรรมกาย ให้ทำงานพระศาสนาได้สะดวกขึ้น จะทำให้พุทธศาสนาในไทยเข้มแข้งจนศาสนาอื่นหรือความเชื่ออื่นหมดความหมายไปได้ การมุ่งขัดขวางนี้คือการตั้งใจทำลายพุทธศาสนาที่กำลังเข้มแข็งให้พินาศลงเพื่อการเข้ามาของศาสนาอื่นอย่างแน่นอน
77. แค่ศาสนาอื่นจะมีอะไร ถ้าไม่คิดครอบครองอาณาจักรไทย คงจะไม่ต้องคิดการทำลายพุ
ทธศาสนาแบบนี้ แถมยังมีการสนับสนุนชัดเจนให้ฝ่ายขัดขวางทำการได้สะดวกทุกอย่าง แม้แต่ใช้กำลังทหารที่กำลังเป็ผู้บริหารประเทศ ในขณะที่ หากฝ่ายพุทธ จะทำอะไร แม้แค่การทำกิจวัตรปกติของชาวพุทธ ตามความเชื่อของศาสนาพุทธ ยังถูกขัดขวางห้ามปรามโดยกำลังทหารด้วย ที่ไม่รู้ว่าใครสั่งมา แบบนี้ชัดเลยว่า รัฐบาลทหารกำลังคิดการใด ไม่ว่านายกฯ จะรู้เห็นเป็นใจ หรือไม่รู้แบบไร้เดียงสาก็ตาม ผลลัพธ์คือ ถ้าทำสำเร็จ เป็นการทำลายพุทธศาสนาให้สูญสิ้นและเปิดสู่การรับศาสนาอื่นอย่งแน่นอน
78. เมื่อศาสนาพุทธ ดีขนาดนี้ เมื่อสมเด็จช่วง ดีงามขนาดนี้ เมื่อหลวงพ่อธัมมชโย ดีงามขนาดนี้ ดีงามทั้ง3 เป็นความงามและความสุขความเจริ
ของประเทศชาติและเป็นสันติภาพของสังคมโลกด้วย ทุกท่านควรช่วยกันปกป้องรักษาสนับสนุน 3 สิ่งดีงามนี้ ให้อยู่คู่ประเทศและโลกใบนี้ มากกว่าการมาประนามกล่าวร้ายผสมโรงกับคนคิดชั่วที่มีผู้สนับสนุนผู้อยู่เบื้องหลังที่คิดทำลายความสุขสงบ ทำลายความเจริญรุ่งเรืองของประเทศจริงไหม
อาจมีคนคิดว่า การมีศาสนาอื่นก็น่าจะดีได้เหมื
อนกันถ้าให้โอกาส อาจหาว่าเราใจแคบที่ไม่เอื้อเฟื้อต่อศาสนาอื่นได้ เราฝากแง่คิดอย่างนี้นะว่า
79. ถ้าศาสนาใดก็ตาม อาศัยกระบวนการทำลายล้างพุ
ทธศาสนาที่ดีงามอยู่ ทำลายสิ่งที่ดีอยู่มากๆ แล้ว ให้เสียด้วยกระแสสื่อสารพัด ด้วยทุกกระบวนการทางโกงด้านกฏหมาย อาศัยคนโกงและชั่วที่ไม่เชื่อบุญบาป ทำการบาปใหญ่ในทุกวิถีทาง ทำสิ่งที่ดีให้เสีย บิดเบือนความจริงไปให้เห็นผิดกันทั่วประเทศ และทำลายให้สิ้นเพื่อหมดเสียนหนาม ค่อยเข้ามาเสนอขายตัวเองเป็นทางเลือกแบบกึ่งบังคับน่ะ จะเรียกว่าศาสนานั้นดีได้อย่างไร เมื่อใครต้องเหยียบหัวใครขึ้นมาข่มเขา หรือเข้ามาด้วยการทำให้เขาฉิบหายเสียก่อน ผู้นั้นย่อมเลวร้ายยิ่งกว่าการตบหัวแล้วลูบหลัง ถ้าใครจะขึ้นมาใหญ่กว่าใครด้วยการฆ่าความดีความงามที่มีอยู่ของศาสนาพุทธ แล้วบอกว่าจะให้ความสุขความดีความงดงามที่แท้จริงกว่าที่เคยมีเคยได้จากศาสนาพุทธที่พระศาสดาสอนไม่ให้ทำร้ายใครไม่ฆ่าไม่เบียดเบียนใคร มีแต่การให้ ให้อภัยและเมตตานั้นน่ะ จะเป็นไปได้อย่างไร ใครเชื่อก็ต้องบอกว่า เวรแล้ว!!!
80. ขอบคุณคุณอัยย์ เพชรทอง และทีมงาน ที่มีความกล้าหาญ นำเสนอความจริงที่ไม่เคยมีใครมาพูดบอกด้วยตัวเป็นๆ เพราะวิถีคนพุทธแบบนักสร้างบารมีชาววัดพระธรรมกายมักจะไม่ชอบเอาเรื่องใคร เอาแต่บุญกุศล และไม่พูดว่าร้ายใครแม้เขาจะร้ายจริงๆ ก็ตาม แต่การที่จะปล่อยให้คนที่ไม่รู้ โดนชักจูงไปในทางที่ผิด ชวนให้ร่วมกันประนามหรือกระหน่ำความเข้าใจผิดว่าร้ายจ้วงจาบหลวงพ่อและสมเด็จช่วงเพราะความไม่รู้เท่าทัน ถือเป็นการไม่สมควร เมื่อความจริงมีอยู่ และคนดีดีไม่ควรที่จะโดนพญามารชักนำคนชั่วให้มาพาไปนรกด้วยกันแบบรู้ผิดๆ ไปด้วย กัลยาณมิตรชาววัดพระธรรมกาย จึงไม่อาจนิ่งดูดาย ให้คนไม่รู้เป็นเหยื่อของคนคิดร้ายต่อพระพุทธศาสนา ใช้ทำบาปที่สวนทางกับความดีที่ฝ่ายพระชักชวนให้ทำ
81. โดยเฉพาะหลวงพ่อวัดพระธรรมกายที่มีแต่ชวนให้คนทำความดี ไม่ทำความชั่วเลย ไม่ว่าด้วยกาย ด้วยวาจา หรือด้วยใจ เมื่อท่านถูกกล่าวร้าย แม้คนกล่าวร้ายทำอะไรย่อมได้บาปนั้นตอบสนองเองก็ตาม การแก้ต่างก็จำเป็นเพื่อช่วยให้ผู้ที่ไม่รู้ ไม่พลอยติดร่างแหไปกับกระบวนการพากันไปอเวจีมหานรก อย่างที่กำลังทำกันอยู่ นั่นเอง ขออนุโมทนาบุญกับผู้ที่เป็นทนายแก้ต่างให้หลวงพ่อและสมเด็จช่วงทุกท่าน สาธุ ขอให้บุญคุ้มครองทุกคนที่ทำความดี ธรรมะคุ้มครองโลกให้สงบสุข ให้คนภัยคนพาลแพ้ภัยตัวเองโดยพลันทันที ให้พระพุทธศาสนายังอยู่ยั้งยืนยงคงคู่โลกใบนี้และทุกโลกในจักรวาลแสนโกฏิจักรวาลอนันตจักรวาล ตลอดกาลนาน เทอญ

@เคียงตะวันสู่สุดธรรม
*สุรีย์จันทร์ สุขสุทธิกุล
14.03.2559

#วัดพระธรรมกาย
#พระสังฆราช
#สมเด็จช่วง พระมหารัชมังคลาจารย์
#หลวงพ่อธัมมชโย
#เรารักพระพุทธศาสนา
#พระพุทธศาสนา วิชชาธรรมกาย
#พระพุทธศาสนา
#สันติภาพโลก
#สมาธิ
#การปฏิบัติธรรม
#มหาปูชนียาจารย์
#หลวงปู่สด
#โครงการฟื้นฟูศีลธรรมโลก
#คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิ
กาจันทร์ ขนนกยูง
#เรารักหลวงพ่อธัมมชโย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น