วันจันทร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2559

ความคิดเห็น ตอนที่ 1

facebook รายการต่างคนต่างคิด ให้ความเห็น คอมเม้นท์ได้ครับ
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=462615937270310&id=241195106079062
ได้ฉบับเต็ม ต่างคนต่างคิดมาแล้วครับ สุดยอด เวลาจริง 1 ชั่วโมงกว่าๆครับ -อัยย์


1. ดูฉบับเต็มแล้ว พิธีกรไม่เลวร้ายอย่างที่คิด ช่วงเริ่มต้นรายการและระหว่างกลาง เขาทำได้ดีอย่างน่านับถือความเป็นมืออาชีพ เสียแต่ตอนท้ายๆ ที่เขาเร่งเวลา และไม่ให้โอกาสอัยย์อธิบายแก้ในทุกข้อกล่าวหาที่เขาปล่อยให้มโนพูดไปทั้งหมดอย่างไหลลื่น ทำให้คิดว่าพิธีกรน่าจะมีเอี่ยวตกลงกันไว้กับมโนและพวกในประเด็นไม่เอาพระสังฆราชที่ได้ชื่ือมาโดยชอบด้วยกฎหมายจากมติกรรมการมส. เพราะเขาทิ้งประเด็นไม้ตายเน้นข้อกล่าวหาหลวงพ่อและสมเด็จเอาไว้ให้มโนใส่ความตั้งใจทำให้ผิดเพี้ยนไปจากความจริงและการทำตามกฎหมาย และมโนพูดใส่ความเน้นๆ เป็นคนสุดท้ายก่อนจบรายการ ที่อัยย์จะไม่มีโอกาสแก้เพราะเวลาหมด
2..แบบนี้คนดูย่อมจะไม่ได้ข้อมูลจริงและเอาความคิดแบบต่างคนต่างคิดมาใส่กันมั่วในรายการโดยไม่สนใจข้อแท้จริง นับว่าเป็นส่วนอย่างสำคัญที่ทำให้สังคมยุ่งเหยิง กระตุ้นให้เกิดความแตกแยกจากที่เป็นไปไม่ได้เพราะไม่ควรคิดก็กลายเป็นกระตุ้นให้คิดและทำให้เป็นไปได้ขึ้นมาโดยมีเป้าหมายร้ายๆ คือไม่ทำตามกฎหมายเป็นเครื่องชี้นำ เท่ากับพยายามกลับดำเป็นขาวและทำให้คนแยกแยะผิดชอบชั่วดีไม่ได้ เพราะรายการชี้นำแบบมัั่วๆ ปล่อยให้พูดโดยไม่มีหลักฐานพยานอ้างอิงความจริงใดๆ ให้คนดู ถ้าคนดูหลงเชื่อก็จะกลายเป็นเหยื่อของกฎแห่งกรรมเมื่อเรื่องราวนี้เกี่ยวข้องกับการจ้วงจาบพระสงฆ์โดยเฉพาะสมเด็จช่วง และหลวงพ่อธัมมชโย
3. ที่พิธีกรปล่อยให้มโนพูดความเท็จอย่างขบขันเหมือนเห็นพระธัมมชโยเป็นเพื่อนเล่น เป็นแบบอย่างที่เลวสำหรับสังคมไทยที่เป็นสังคมพุทธ อย่างไม่น่าเชื่อว่าอุตส่าห์ได้ฝึกตัวอยู่กับหลวงพ่อเป็น 10ปี และเป็นพระก็หลายปี ความดีงามใดๆ ของหลวงพ่อที่ตัวเขาเคยเคารพรักศรัทธาตลอด10ปีชนิดที่ถวายชีิวิตให้ได้ กลับไม่มีเหลืออยู่ในความคิดและคำพูดของมโนราวกับเป็นคนที่โดนปีศาจร้ายสิงไปแล้ว ถ้าคนฉลาดอย่างมโนไม่ได้เป็นบ้า ก็ต้องแปลว่า ผลประโยชน์ที่เขาคาดว่าจะได้รับจากการทำแบบนี้มันคุ้มที่เขาจะทำเป็นลืมว่ามีผลตอนตายแล้วเพราะกฎแห่งกรรมจะตามเล่นงานเขาอย่างแน่นอน แต่เขาก็เหมือนลืมสิ้นทุกสิ่ง ใครเชื่อเขาในรายการนี้ก็คงมีที่ไปแบบเดียวกัน

4. เห็นใจคุณอัยจริงๆ  ที่ตอบคําถามสุดท้าย ของพิธีกรไม่ได้ทันใจ เพราะคนดีจะไม่มีคำถามแบบนี้ จะคิดไม่ถึงว่าจะถูกถามแบบนี้ด้วย เพราะเป็นคำถามที่ชี้นำให้คนคิแตกแยกจากที่มติตามกฎหมายออกมาเรียบร้อยดีแล้ว ที่ถามว่า ถ้าผลออกมาชื่อของพระสังฆราชไม่ใช่สมเด็จช่วง จะคิดยังไง. คำถามแบบนี้ไม่มีทางได้คำตอบจากคนดีอย่างคุณอัยย์และคนดีทั้งหลาย เพราะคนดียินดีทำตามกฎหมายอยู่แล้ว และมส.ทำทุกอย่างตามกฎหมายชัดเจนถูกต้องอยู่แล้วตามระเบียบและทำตามที่ยึดถือปฏิบัติมาตั้งแต่สมัยพระสังฆราชองค์ก่อนในแบบเดียวกันด้วย
5. จู่ๆ แค่นายมโนและพวกคิดว่ามันผิดกระบวนการและพยายามใส่ความคิดว่ามันผิดมาให้คนดู ก็เหมือนพยายามรวนกระบวนการสงฆ์และรวนกฎหมาย ที่ถ้าผิดตามที่เขาว่า ก็จะต้องหมายถึงผิดมาตั้งแต่พระสังฆราชพระองค์ก่อนในการแต่งตั้งด้วยกฎหมายเดียวกันด้วย และในฐานะฆราวาสอย่างมโนและพวก ไม่มีสิทธิ์เอาความคิดแบบนักวิชาการเข้าไปแทรกแซงและชี้นำให้ประชาชนเข้าใจผิดกระบวนการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช แบบที่เป็นอยู่ ซึ่งเหตุผลที่ชัดเจนอย่างเดียวที่คนมีปัญญาจะคิดได้คือมโนและพวกไม่ต้องการพระสังฆราชที่ชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ แม้จะได้รับความเห็นชอบตามกฎหมายและกระบวนการทุกอย่างแล้ว คือมส.เขาเป็นหนึ่งเดียวกันอยู่
แล้ว ลงมติเห็นชอบ 100% เสนอชื่อสมเด็จช่วงฯ มส.ทำถูกตามระเบียบดีอยู่แล้
6. การตั้งคำถามแบบนี้ของพิธีกรรายการนี้ ชวนคิดว่าเขาร่วมมือกับมโนและพวก ต้องการยัดเยียดความคิดแบบไม่เคารพกม.ไม่
เคารพการตัดสินตามระบบด้วยองค์กรสูงสุดของสงฆ์ ชวนให้คนฟังคิดว่า มส.ทำผิดขั้นตอนของกฎหมาย ทำให้คนเข้าใจผิดมส.และองค์กรสงฆ์ พูดกลับดำเป็นขาว กลับขาวเป็นดำ คนดีๆ จะไม่คิดแบบนี้เลย เพราะคำตอบคือสมเด็จช่วง ไม่มีทางเป็นองค์อื่น และมติเอกฉันท์ มโนกับพวกพยายามวิ่งเต้น หาทางแหกกฏทุกด้านเพื่อจะไม่ยอมให้ เป็นตามนี้ น่าคิดว่าทำแบบนี้เพื่อใคร เพื่ออะไร พวกเขาคงรู้อยู่ และพิธีกรก็เอากับเขาด้วย เจตนาของพิธีกร ชัดเจนถามให้เข้าทางของฝ่ายที่ิดไม่ดีคือมโน คิดแหกกฏหมาย คิดแถเอาทางอื่น เพราะอยากได้ชื่ออื่น เป็นพระสังฆราช โดยไม่สนใจกระบวนการทางสงฆ์ ที่ดูแลองค์กรสงฆ์ทั้งปท.มายาวนานนี้ เพื่ออะไรก็มีเบื้องหลังแน่นอน
7. เป็นคำถามที่คนอย่างมโนป้
อนเอา ไว้ ทิ้งไว้เตี้ยมกันไว้ เพราะเป็นคำถามเกี่ยวกับ ผลลัพธ์ที่เป็นไปไม่ได้ ที่ไม่ควรมีใครไปเสียเวลาคิดเพราะมันจบเรียบร้อยไปนานแล้ว รอนายกทำตามกฎหมายตามขั้นตอนก็เสร็จสิ้น แต่มันถูกป้อนให้ถามจากคนที่พยายาม ทำผิดกฎหมาย พยายามบิดเบือนความเป็นจริง พยายามจะใส่ความคิดให้คนคิดว่า พวกเขา ทั้งมโนและพิธีกร ร่วมกับรายการนี้ จะสนับสนุนชื่ออื่น เป็นพระสังฆราช ให้ได้ ใส่ความมส.ว่าทำผิดกฎหมายให้ได้ เพียงแค่ไม่ต้องการให้ชื่อสมเด็จช่วง ถูกทูลเกล้าถวายโดยนายกฯ
8. คำถามสุดท้ายนี้และการตอบของคุณอัยย์ สะท้อนให้เห็นชัดว่า คนที่มีใจเป็นบุญเป็นกุศลอย่
างคุณอัยย์ จะมีวิธีคิดแบบคนดี ยอมรับผลที่ทำตามกม. ส่วนคนที่ตั้งคำถามแบบนี้ แสดงว่ามีปกติคิดชั่วพูดชั่วทำชั่ว ใจเป็นอกุศล ความเป็นอกุศลมันขับเคลื่อนให้อกมาทำแบบนี้ มันไม่ต้องรับผิดชอบคำพูดอะไร ต้องรอตายแล้วถึงจะรู้ว่าคำพูดทั้งหลายเหล่านี้ มันพาความทุกข์ลำบากให้กับตัวเองถึงขนาดไหนแล้วก็ไม่สามารถมาบอกคนได้ด้วย ว่าบุญบาปนั้นมีจริง อีกทั้งโทษทัณฑ์ทรมานในขุมนรกนั้นหนักและยาวนานมากขนาดไหนด้วย ตายแล้วก็รู้เอง
9. รู้สึกอนาถใจกับคนที่พูดจาหยาบคาย มาcomment อยู่ในเรื่องนี้ ที่ส่วนมากก็ไม่รู้ตัวว่า ตามศีล 5 ที่พระพุทธเจ้า สอน ก็ถือว่าผิดศีลข้อ 4 กันทั้งนั้น ก็คือพูดคำหยาบโกหกส่อเสียดเพ้
เจ้อ มีอบายเป็นที่ไปตามกฏแห่งกรรม แค่มาพูดเขียน ความเห็น ก็หยาบคายด่าว่า เหมือนระบาย ความสกปรกของใจตน ที่เก็บอัดไว้แต่คำเน่าๆ  แบบไม่รู้ว่ากำลังทำผิดศีล5 ข้อ4 เลยก็ตาม ไม่ควรทำเลย แต่พวกเขาก็ได้อาศัยคนโกหกอย่างมโนช่วยพาพวกเขาไปนรกขุม 4 ตอนที่ตายไปแล้วได้ และใครที่ว่าแรงๆ พาดไปถึงหลวงพ่อธัมมชโยหรือสมเด็จช่วง ก็ขอให้ทราบไว้ว่า จะได้ไปอเวจีร่วมกับมโนและพวกอย่างแน่นอน แม้ไม่อยากไปหรือไม่รู้อะไรก็ตาม ได้อยู่ฟรีแน่
10.  น่าสงสารนายมโน คงพูดความจริงอยู่แค่ตอนที่ เคยไปบวชอยู่วัดพระธรรมกาย ตลอดเวลาที่อยู่กับหลวงพ่อเป็น 10 ปี ที่ยังไม่บวช ตัวก็ยอมรับออกมาเองอยู่แล้วว่า ศรัทธาหลวงพ่อถึงขนาดชีวิตก็อุทิ
ศให้ได้ แต่จุดเปลี่ยนอ่ะ มันเกิดจากตอนที่ตัวเขา ออกมาจากวัดแล้ว เล่าเองว่ามีเรื่องเกิดกับตัว แต่ไม่บอกว่าตัวเองทำมั่วอะไรไว้ จึงอยู่ไม่ได้ กลับพูดยกตัวเองซะว่าเพราะตัวเองจะได้แทนที่หลวงพ่อธัมมชโยต่อไปจึงต้องมีเหตุให้ออกจากวัด พูดอ้อมๆ แอ้มๆ ตามประสากำลังโกหก ดูตาก็รู้ว่ากำลังหลอกคน ดวงตาเป็นหน้าต่างของใจคน ยิ่งหน้าต่างของคนคิดชั่วอยา่งมโนยิ่งเห็นชัดใหญ่เลย ใครเชื่อเขาก็ต้องไปเรียนจิตวิทยาใหม่ ไม่งั้นชีวิตก็คงจะโดนคนหลอกไปตลอดชาติเพราะดูคนไม่เป็นแบบนี้
11. เรื่องที่นายมโนทำไว้สมัยบวชอยู
่วัดพระธรรมกาย ทำให้ทั้งหลวงพ่อและทุกคนที่เกี่ยว ข้องต้องลำบากมากขนาดไหน แต่ที่ไม่มีใครมาแฉ เพราะที่วัดหลวงพ่อท่านมีเมตตา ไม่ให้พูดความไม่ดีของคนอื่น เพราะเป็นการกระพือความไม่ดีไม่งามของพระ เป็นแบบไม่ดี จะทำให้ปลาเน่าตัวเดียวเหม็นหมดข้อง ทั้งๆ ที่มีพระดีดีอยู่มากมายเป็นพันรูปในปัจจุบันนี้ และหลวงพ่อไม่อยากให้ใครๆ จดจำแบบอย้่างที่ไม่ดี เพราะความดีที่เคยทำก็มีอยู่ แต่เขาไม่พูดถึงความดีของท่านที่เขาถึงกับเคยถวายชีวิตแก่ท่าน ยังกล้ามาทำเบี่ยงประเด็นทำเป็ขำว่า ที่วัดเขาไม่ให้พูด ยกตัวอย่างใครที่ออกไปจากวัดแล้ว ไม่ให้พูดถึง ทำเป็นปูให้คนคิดว่า ปัญหาคือทนเจ้าอาวาสไม่ได้  เพราะไม่มีใครกล้าว่าเจ้าอาวาส ตัวเขาก็ด้วย
12. แต่ความจริง ตัวมโนนั่นแหละ ที่ทำผิด ทำไม่ดี จะทำผิดพระธรรมวินัย จะทำให้วัดเสื่อมเสีย จะเป็นต้นบาปพระแก่พระที่
มาภายหลังได้ พูดไปมีแต่เพิ่มบาปให้กับพระมโน พระที่ในวัดยุคนั้นต่างก็รู้ ถ้าเอาเรื่องไม่ดีของเขาไปพูด รังแต่จะทำให้เขาเคืองแค้นหนักไปเปล่าๆ จึงไม่ให้พูด นี่ขนาดไม่มีใครไปพูดซ้ำให้แค้เคืองหนักขึ้นนะ ตัวนายมโนยังทำย้อนทางเอาความเมตตานี้ของหลวงพ่อ มาเป็นช่องใส่แง่คิดย้อนกลับให้ร้ายหลวงพ่อได้อีก คงได้ไปอเวจีมหานรกสมใจแน่ ถ้าไม่หยุดนะ มีสิทธิ์โดนธรณีสูบ แบบเทวทัต ใครอยากเห็นในยุคนี้ก็กระพือเห็นด้วยกับมโนไปมากๆ แล้วจะได้ไปกันสมใจ ดึงดูดธรณีพิโรธแบบที่เนปาลมาได้เลยทีเดียว ถ้าไม่อยากเจอ ช่วยกันระมัดระวังและอย่าไปหลงเชื่อมโนและพวก อย่าไปร่วมมือทำความชั่วของเขาและพวก แล้วคุณจะปลอดภัย
13. ได้ยินมโนงึมงำๆ แบบว่าแกล้งทำเป็นหลุดปาก ว่าที่ตนออกจากวัดเพราะมีเหตุ เนื่องจากตนจะได้เป็นผู้
แทนหลวงพ่อต่อไป ที่จริงก็ไม่เห็นมีใครบอกแบบนั้น แต่เขาคิดเอาเอง หลงตัวว่าจะเป็นเจ้าอาวาสแทนหลวงพ่อ เพราะคิดว่าตัวเองเก่ง ความจริงถ้าเขาจะได้เป็นจริง ไม่เห็นจะต้องออกไปจากวัด มันต้องอยู่เพื่อพิสูจน์ฝีมือและผลงานให้ใครๆ ในวัดยอมรับ ยิ่งถ้าได้ทุ่มเทสร้างมากับมืออย่างราคาคุยซะขนาดนี้นะ เรื่องอะไรจะหันหลังทิ้งทุกสิ่ที่ทำมาเองไปง่ายๆ และรอเวลาเป็น10ปี เพื่อกลับมาแก้แค้นแบบนี้
14. ถ้ามโนจะเป็นผู้แทนหลวงพ่อต่
อไป ได้จริงๆ ไม่ใช่ทำแบบนี้หรอก มันน่ามองกลับกันว่า ที่ตัวเขาออกจากวัดไป เพราะทนไม่ได้ รับไม่ได้ ในเรื่องต่างๆ ที่ตัวเองอยากแหกกฏทำ แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ทำ และที่ตัวเองไม่อยากทำ แต่โดนกฏระเบียบหมู่คณะบังคับว่าต้องทำ จึงหันหลังให้ ยิ่งห่างไกลจากการที่จะได้เป็นผู้แทนหลวงพ่อหนักขึ้นไปอีก ดังนั้น จากที่เคยภักดีเอาชีวิตให้ได้ตามที่คุยไว้ตอนต้น มาจากไปได้ แสดงว่าต้องผิดหวังอย่างแรง อะไรจะผิดหวังถึงขนาด 10ปีหลัง มาแสดงความแค้น แสดงความเนรคุณ มาทำทุกทางเพื่อทำลายหลวงพ่อได้ขนาดนี้ คิดได้อย่างเดียวคือ ผิดหวังอะไรจะน่าแค้นเท่าผิดหวังที่ไม่ได้เป็นใหญ่ ไม่ได้เป็นผู้แทนหลวงพ่ออย่างที่พูดมามากกว่า
15. ตัวเขาคุยว่าเป็นผู้ออกแบบองค์
รที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ถ้าจริง อาณาจักรธรรมกายก็ต้องเป็นของ เขาในที่สุดว่าไหม แต่ทำไมล่ะ เขาจึงหันจากไปง่ายๆ ย่อมแสดงว่า ที่แท้ไม่ได้ลงมือทำอะไรจริงๆ เลย แถมมีแต่ชนักติดหลังเต็มไปหมด จนไม่มีที่จะแอบซ่อนความไม่ได้รื่องของตัวเองมากกว่า จึงหันหลังจากไปง่ายๆ แบบนั้น แล้วกลับมาล้างแค้น เป็นแบบลูกศิษย์คิดล้างครูเหมืนในหนังแย่ๆ ประเภทมาเฟียต่างๆ เขาคงนึกฝันเอาว่าตัวเขาจะได้เป็นใหญ่เพราะคิดเองว่าเป็นที่โปรดปรานของหลวงพ่อ แต่ถึงเวลาตัวเองไม่ได้เป็นจริๆ คงต้องมีเหตุผล ลงถ้าหลวงพ่อรักเขาจริง อย่างเขาบอก และเขาดีจริงจนใครๆ ก็ชื่นชม มีหรือจะไม่ให้คนที่รัก เป็นใหญ่ หรือไม่ได้รับการสนับสนุน ถ้าเขาเก่งจริงดีจริง แต่นี่คงเพราะหลวงพ่อ ท่านคงเห็นว่าเขาจะเป็นคนแบบนี้ในทุกวันนี้ไง จึงไม่ให้อำนาจนั้น
16. เราติดใจคำว่า กินรวบประเทศ ถ้าด้วยโครงสร้างองค์กรแบบที่วั
ด ที่มโนยกอ้างว่าเป็นมันสมองของเขานะ จะกินรวบประเทศได้จริง ก็คงไม่แปลกที่หลวงพ่อจะไม่มอบอำนาจให้เขา เพราะถ้าให้เขา เขาคงกินรวบประเทศเองอย่างที่เขา กำลังพยายามบอกนี่แหละ และคงแค้นหนักขึ้นเมื่อคิดว่า ตัวเองอดกินรวบเอง แต่เราว่านะ มันคงทำไม่ได้หรอก ถ้าทำได้นะ หลวงพ่อคงทำไปแล้ว ไม่ต้องให้เขามาโฆษณาบอกอยู่แบบนี้ เพราะถ้าหลวงพ่อคิดกินรวบประเทศนะ และโครงสร้างนี้ที่เขาอ้างว่าจะทำได้นะ หลวงพ่อคงทำไปแล้ว แต่ทำเพื่อให้งานเผยแผ่พุทธศาสนาวิชชาธรรมกาย ที่รับภารกิจต่อจากหลวงปู่สด มาเป็นหน้าที่หลักของท่าน จะทำได้ง่ายกว่านี้ เสร็จเร็วกว่านี้ จะได้ทำให้คนทั้งประเทศ ได้มีความสุขที่แท้จริง มีศีล5 กันทุกคน และประเทศไทยเป็นปิ่นนานาประเทศไปแล้ว ไม่ต้องรอจนป่านนี้อายุ 72 ยังพักไม่ได้เลย
17. หลวงพ่อท่านบวชมาเพียงเพราะต้องการมีความสุขจากการปฏิบัติธรรม ไม่ต้องการยุ่งกับใคร ก็เหมือนพระนักปฏิบัติสายวัดป่าที่ชอบหลีกเร้นไปที่สงบวิเวก แต่เพราะรับภารกิจเผยแผ่พุทธศาสนาวิชชาธรรมกายที่ได้รับมอบหมายจากหลวงปู่สดผ่านคุณยายจันทร์มา จึง
ต้องอดทนลำบากตรากตรำเป็นเจ้าอาวาสเข็นงานพระศาสนาอย่างหนัต่อสู้กับภัยพาลทั้งภายในและภายนอกอย่างนี้ ขนาดอายุ 72 ยังวางมือไม่ได้ นี่แสดงว่า มโนราคาคุยเรื่ององค์กรว่าเขาออกแบบเอง เพราะทำไม่ได้จริง ยังไม่พอ มายัดเยียดความเพ้อฝันใส่หลวงพ่อให้คนไม่รู้เรื่องเข้าใจท่านผิด ว่าท่านจะทำตามที่ตัวมโนเอง ทั้งๆ ที่เป็นไปไม่ได้อีกด้วย
18. และที่เขาเล่ามาเนี่ย ยังยุแยงสงฆ์ให้แตกแยกด้วยนะ โดยเฉพาะพระสงฆ์วัดพระธรรมกาย กล่าวหาว่ารองเจ้าอาวาส คือหลวงพ่อทัตตชีโว มี
ใจแตกแยกกับหลวงพ่อ ไม่พอใจหลวงพ่อธัมมชโย เอาแต่พูดลับหลัง แต่ไม่กล้าว่าหลวงพ่อต่อหน้า ไม่กล้าตักเตือนเมื่อเห็นหลวงพ่อทำ ผิด นี่มโนเข้าข่ายทำอนันตริยกรรม กรรมหนัก ตายไปจะต้องตกอเวจีมหานรกด้วย เพราะไปกล่าวอ้างว่า หลวงพ่อรองเจ้าอาวาส ขัดกับหลวงพ่อเจ้าอาวาสว่ามีการพูดลับหลังบ่อยๆ ว่าต้องคอยตามแก้ปัญหาให้เจ้าอาวาส ทั้งที่ความจริง หลวงพ่อรองฯ ท่านเคารพเทิดทูนบูชายกย่องหลวงพ่อธัมมชโยแบบสุดหัวใจ ใครก็แตะหลวงพ่อธัมมชโยไม่ได้ ทั้งเคารพในธรรมและกตัญญูขนาดตายแทนได้ พร้อมเดินก้าวตามก้าวต่อก้าวแบบไม่มีข้อสงสัย เช่นนี้
19. ซึ่งเป็นการการันตี ว่าหลวงพ่อธัมมชโย เป็นพระผู้เลิศผู้ประเสริฐอย่
างแท้จริง และไม่ใช่แค่หลวงพ่อทัตตชีโวรูเดียวที่ยอมมอบกายถวายชีวิตให้ลวงพ่อธัมมชโย แม้พระอื่นๆ ที่สังกัดวัดพระธรรมกาย หรือแม้แต่เดินทางไปเผยแผ่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ใดก็ตามบนโลกใบนี้ ก็ล้วนแต่เอาชีวิตเป็นเดิมพันเพื่อถวายความสำเร็จในงานเผยแผ่พระศาสนาแก่หลวงพ่อกันทั้งนั้น แต่ความคิดกล่าวร้ายหลวงพ่อกลับมาจากคนในวัดที่มโนอ้างว่าเป็นพวกของตนยังบวชอยู่และคอยบอกตน ซึ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะถ้ามโนพูดจริง เพื่อนพระที่ว่านั้นน่ะ ถ้ามีจริงนะแล้วยังอยู่ในวัดอยู่กับหลวงพ่อเนี่ย แล้วก็พูดอย่างนี้จริงนะ พระรูปนั้นก็โกหก มีบาปหนักกว่ามโนอีก เพราะให้ข้อมูลเท็จโกหกทุกอย่างเลย
20. ซึ่งคนอย่างมโนนะ ไม่ใช่โง่นะ เขาพูดอะไรมา จะเชื่อหมดก็ไม่น่าจะใช่ มันก็เลยน่าจะเป็นกลับกัน ได้ข้อมูลจริงมาแล้ว ก็
เอาไปมโนบิดเบือน เพื่อทำร้ายทำลายหลวงพ่อมากกว่า เพราะพระที่อยู่วัดพระธรรมกาย ฟังธรรมจากหลวงพ่อ ยังเป็นพระอยู่ น่าจะรู้ว่าบาปบุญน่ะมีจริง นรกสวรรค์มีจริง แล้วที่เขาอยู่กันได้โดยที่เขาไม่พูดอะไรเนี่ย เพราะเขาไม่อยากเล่นกับนรก เราว่าทุกท่านเป็นคนฉลาดไม่ต้องเป็นด็อกเตอร์มโน หรอก เรื่องของนรกมันไม่น่าเสี่ยงอยู่แล้ว แล้วถ้าหากว่า หลวงพ่อเป็นอย่างที่กล่าวหา ผู้คนทั้งหลายคงไม่อยู่กันยาวนานอย่างทุกวันนี้ คงจะไม่มีการมาบวชอยู่กับท่านอีกมากมาย คงไม่มีใครเชื่อเรื่องนรกสวรรค์ที่ท่านสอนเองแน่ 
21. คนใกล้ชิดหลวงพ่อไม่ใช่มีแค่
มโนคนเดียว มีทั้งพระตั้งหลายรูป มีทั้งฆราวาส มีทั้งเจ้าหน้าที่วัด มีทั้งคนงาน ถ้าท่านทำอะไรไม่ดี คิดเหรอว่าจะเล็ดลอดสายตาใครไปได้ ท่านเป็นบุคคลสาธารณะ เป็นพระเนื้อนาบุญของคนทั้งโลก คิดเหรอว่าทำอะไรจะไม่มีใครรู้ห็น แล้วก็ยังอยู่จนทุกวันนี้ ยิ่งวันคนยิ่งเคารพรักเทิดทูนบูชาเพิ่มมากขึ้น แสดงว่ามีแต่ดี ดีมากๆ มโนกลับอ้างว่ารู้ด้านร้าย ที่มันไม่มีอยู่จริงเลยในท่ามกลางลูกศิษย์วัดทั่วโลกทั้งพระทั้งโยมที่เขารู้กันหมด มโนเอาแต่พูดมั่วโกหกไปฝ่ายเดีว เอาแต่ข่าวที่พวกใส่ร้ายที่มุ่ทำลายวัดพระธรรมกาย จะกุเรื่องชั่วอะไรมาปล่อย ก็ไปเชื่อไปเอามายกอ้างคิดผูกไปเองล้วนๆ เอาแต่ความเข้าใจคิดเอาเอง ไม่คิดถึงคุณความดีตลอด10ปีที่ัวเองเคยอยู่ใกล้ชิดท่าน
22. ซึ่งหลวงพ่อท่านต้องดีมากถึงขนาดคนฉลาดๆ อย่างมโนถึงกับกล้าบอกว่
ายอมเอาชีวิตเข้าแลกเพราะศรัทธามาก นี่ไง แล้วอะไรล่ะ ที่ล้างสมองตัวเขาหลังจากออกไปจากวัดแล้ว ถึงกับลืมสิ่งที่เคยได้รับ บุญที่เคยบวช แค่นั้นก็ทดแทนคุณหลวงพ่อไม่หมดอยู่แล้ว การมาทำแบบนี้มากล่าวหาท่าน ขนาดคิดว่าท่านจะเป็นภัยต่อประเทศ หาว่าท่านจะกินรวบประเทศชาติเพราะคิดเองว่าโครงสร้างของวัดที่ตัวเองมีส่วนออกแบบมา จะเอื้อต่อการกินรวบแบบที่มโนบอกนี่ มันจะเป็นไปได้ยังไง คนธรรมดาคิดไม่ถึงจริงๆ ถ้าเขาคิดว่าหลวงพ่อจะทำแบบนี้ด้นี่ แสดงว่าตัวเองตอนนั้นทำไว้แล้วหวังจะทำอย่างนี้น่ะสิ แต่พอตัวเองไม่ได้ จึงเดือดร้อน กลัวหลวงพ่อจะทำแบบที่ตัวเองคิด มโนจึงคิดทำลายทั้งวัดทั้งพระให้สิ้นซากด้วยข้อหาเป็นภัยต่อประเทศ เรียกว่าเนรคุณ คิดล้างครูยังน้อยไป เพราะทำแบบนี้ คิดล้างพุทธศาสนาให้สิ้นไปด้วย
23. หลวงพ่อรับภารกิจต่อจากหลวงปู่
ดให้เผยแผ่ธรรมไปทั่วโลก ท่านก็ทำแต่เรื่องเป้าหมายทางธรรมนี้ จนแทบไม่มีเวลาพักผ่อนแล้ว จนอายุ72ปีแล้ว จะไปหวังครองอาณาจักรครองประเทศ คิดไปได้ยังไง แค่คิดก็เหนื่อยซี่โครงบานแล้ว จะเอาเวลาไหนไปหาเรื่องสักกรอบหน้า ยิ่งเป็นเบาหวาน มีแผลเลือดออกนิดเดียวก็ลุกลามหายยาก จะไปสักได้ไง แต่ท่านมีกรอบหน้าที่เป็นลักษณะ 1ในกายมหาบุรุษ แบบพระพุทธเจ้า ที่จะได้มาด้วยบุญบารมีเท่านั้น ศัลยกรรมใดๆ ไม่มีทางทำได้ นักสร้างบารมีเขารู้กัน มโนก็รู้ แต่กะหลอกคนที่ไม่รู้อะไร หวังดึงมาเป็นพวกด้วยการพูดทำลายศรัทธาผู้เป็นอจ.ของตนอย่างนี้ ยังบอกว่า ไม่เนรคุณอีกหรือ

โปรดติดตามความคิดเห็น ตอนที่ 2
เคียงตะวันสู่สุดธรรม
*สุรีย์จันทร์ สุขสุทธิกุล
14.03.2559

#วัดพระธรรมกาย
#พระสังฆราช
#สมเด็จช่วง พระมหารัชมังคลาจารย์
#หลวงพ่อธัมมชโย
#เรารักพระพุทธศาสนา
#พระพุทธศาสนา วิชชาธรรมกาย
#พระพุทธศาสนา
#สันติภาพโลก
#สมาธิ
#การปฏิบัติธรรม
#มหาปูชนียาจารย์
#หลวงปู่สด
#โครงการฟื้นฟูศีลธรรมโลก
#คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิ
กาจันทร์ ขนนกยูง
#เรารักหลวงพ่อธัมมชโย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น