วันจันทร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2559

ความคิดเห็น ตอนที่ 3

48. การคิดทำลายผู้ที่งดงามสะอาดเลิศประเสริฐสุดอย่างหลวงพ่อธัมมชโยถึงขนาดทุ่มเทโจมตีปล่อยข่าวบิดเบือนสร้างกระแสหวังให้อำนาจรัฐทำลายทั้งหลวงพ่อและวัดอย่างที่มโนทำอยู่นี้ ต้องคิดกันแล้วล่ะว่า มีอะไรเป็นเบื้องหลังที่เลวร้ายสุดขั้วหนุนหลังอยู่แน่นอน สำคัญว่า ท่านผู้อ่าน ผู้ฟัง จะพร้อมไหมที่จะรับสภาพความเลวร้ายที่จะเกิดขึ้นหากพวกนี้ทำการสำเร็จ ถ้าคนดีอย่างหลวงพ่อไม่ได้ครองเมืองด้วยธรรม คนอีกแบบครองเมือง ประเทศจะเป็นยังไง โลกใบนี้จะเป็นยังไง เมื่อคนอกตัญญู ไม่รู้บาปบุญคุณโทษครองเมือง เมื่อพุทธศาสนาหมดไปจากประเทศ กว่าจะตื่นตัวรับรู้ว่า มีอะไรอยู่เบื้องหลัง
49. และมโนถึงกับยอมเอาชีวิตหลั
งความตายของตัวเองไปลงอเวจีมหานรกแบบไม่ได้ผุดได้เกิดอีกยาวนาน แต่ก่อนตายขอทุ่มชีวิตแลกซะขนาดนี้ เพื่อล้มล้างผู้ที่ดีงามที่สุดในยุคนี้ที่มุ่งหวังมีมโนปณิธานจะปราบมารติดตามหลวงปู่ขนพาสรรพสัตว์ให้พ้นจากวัฏสงสาร ไปสู่ที่สุดแห่งธรรมให้ได้นี้น่ะ เพื่อแลกกับอะไรที่จะนำหายนะและความฉิบหายมาสู่มวลมนุษยชาติอย่างที่ตัวเขาเองไม่รู้ตัว เหมือนโดนปีศาจร้ายเข้าสิง และใครที่ร่วมผสมโรงกับเขาด้วย ก็จะพลอยได้อานิสงส์คือบาป ไปอเวจีมหานรกกับเขาด้วย อย่าให้ความโง่บดบังใจ จนไม่ใช้ปัญญาที่พ่อแม่ให้มา มาพิจารณาไตร่ตรอง ผิดชอบชั่วดีแยกแยะให้ออก แล้วหนทางสว่างจะได้เกิดแก่ทุกท่านทุกคน เป็นบุญกุศลตอบแทนพ่อแม่ที่ให้ีวิตแก่เราที่เกิดมาในชาตินี้ ไม่หลงกล ไม่โดนคนชั่วหรือคนบ้าหลอกให้ไปตกนรกกับเขาด้วย
50. ให้หลวงพ่อวัดพระธรรมกาย ที่มโนบอกว่า ท่านหลอกให้คนมาซื้อค้อนอันละ 350000 แล้วท่านให้พร "
โป้งรวย"  เราว่านะ ถ้าใครหลงเชื่อคำนี้ของมโนแล้วมาที่วัดพระธรรมกายเพื่อซื้อค้อนที่ว่านี้หวังจะรวยตามคำพรท่านนะ ยังจะได้รวยจริงๆ เพราะได้ประกอบเหตุทำบุญไว้จริง ทำบุญแล้วย้อมรวยได้ในชาติต่อไป ถ้าตายก็ยังมีโอกาสไปสวรรค์ พอจะไปเข้าฝันญาติโยมตอนตายแล้ได้ว่า มาเป็นเทพบุตร เทพธิดาบนสวรรค์แล้วนะ ดีกว่าตกนรก ไม่ต้องอเวจีหรอก แค่ยมโลกยังไม่มีทางมาบอกใครบนโลกว่านรกมีจริงเลย แต่ยมโลกยังรับบุญได้ ทุกวันพระถ้าญาติพี่น้องเข้าวัถวายสังฆทานทำบุญกับพระแล้วอุทิศบุญไปให้ในวันพระ และพุทธศาสนากับวัดและพระยังมีหลือ อยู่ให้ทำบุญ แต่ถ้าเป็นอุสสทนรก หรือมหานรก หมดสิทธ์รับบุญ ยิ่งอเวจีมหานรก ยิ่งลืมเลยยาวนาน ไปสวรรค์ดีกว่าแน่นอน แม้นรกอาจไม่มีจริง แต่ก็ไม่น่าเสี่ยงไปเช่นกัน เราจะรู้ตอนเป็น หรือเราจะไปเห็นตอนตาย ถ้ารู้ว่ามีตอนที่ยังมีชีวิตอยูยังแก้ไขชีวิตตนได้ทัน แต่ถ้าไปรู้ตอนตาย ก็ไม่มีทางแก้ไข
51. การที่คุณอัยย์ ได้นำความจริงเกี่ยวกับหลวงพ่อและวัดพระธรรมกายมาขยายผ่านช่องทางต่างๆ โดยเฉพาะในรายการอัมรินนี้ เพื่อแก้ไขความผิดที่มโนไปพูดไว้ให้คนไม่รู้หลงเชื่อและเข้าใจผิด จะทำให้คนมีปัญญา มีบุญอยู่บ้าง จะไม่หลงเชื่อมโน เพราะจะไปอเวจีมหานรกกับเขาด้วยถ้าร่วมประจานกล่าวร้ายหลวงพ่อต่อๆ กันไป ที่สำคัญ หลวงพ่อเป็นลูกศิษย์ที่สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วงเป็นผู้บวชให้ และเป็นการบวชครั้งเดียวใช้ตลอดชีวิตของหลวงพ่อที่อาศัยคำสอนโอวาทของสมเด็จท่าน ประกอบคุณงามความดีแก่พระพุทธศาสนาและเผยแผ่วิชชาธรรมกายตามมโนปณิธานของหลวงปู่ทำให้วัดพระธรรมกายผลิตพระแท้สู่สังฆมณฑลมากที่สุด ฟื้นฟูศีลธรรมโลก ปกป้องภัยพระพุทธศาสนา สุดกำลังของชีวิตท่านตั้งแต่บวชถึงวันนี้
52. กว่า 46 พรรษา ของท่าน เป็นที่ภาคภูมิใจและปลื้
มใจที่พระอุปัชฌาย์จะมีต่อลูกศิษย์ที่ตนเป็นผู้บวชให้ในครั้งนันขนาดไหนลองคิดกันดู ถ้าพระธัมมชโยสอนผิด มีหรือที่พระผู้บวชให้เป็นถึงระดับเปรียญธรรม9ประโยคอย่างสมเด็จช่วงจะไม่รู้ ยิ่งเป็นศิษย์ยิ่งต้องสอดส่องเป็นพิเศษ จะไม่มีการปล่อยให้ทำผิดพลาดผิเพี้ยนอย่างที่ใครพยายามใส่ร้ายกล่าวหาหลวงพ่ออย่างแน่นอน และจะยิ่งกำราบหนักเพราะสมเด็จรักษาการ ประมุขสงฆ์ จะปกครองใครได้ไงถ้ายังมีอคติ 4 คือความลำเอียง โดยเฉพาะการลำเอียงเพราะรัก ระดับของสมเด็จ ไม่ใช่ใครจะเล่นหัวหรือคะนองปากไปพูดด่าว่าปาวๆ ใส่ร้ายโดยไม่มีหลักฐานหรือความถูกต้องสมควรสัมมาคารวะ
53. เมื่อมีคนพยายามขั
ดขวางการเสนอชื่อสมเด็จช่วงให้เป็นพระสังฆราชทั้งๆ ที่ทำตามกฏระเบียบเดิมทุกอย่างและมีมติเป็นเอกฉันท์ด้วยคุณูปการของท่านที่มีอย่างแท้จริงในระดับโลก และพยายามกล่าวร้ายดึงเรื่องพัพันกับหลวงพ่อธัมมชโย ในคดีศุภชัย หาว่าสมรู้ร่วมคิดกับศุภชัยโกงเงินสหกรณ์ แต่มส.โดยสมเด็จช่วงเป็นประธาน ได้ตัดสินว่าหลวงพ่อไม่ปาราชิก ในฐานะที่ท่านก็จบปธ.9 มีหรือจะรู้ไม่จริงในเรื่องนี้และตัดสินผิดพลาด แต่แปลกมากที่ฆราวาสผู้บวชมั่งไม่บวชมั่ง กลับมาชี้ว่าตัดสินผิด มากล่าวหาหลวงพ่อว่าทำผิด และยังไปดึงทางโลกให้มาตรวจสอบทางธรรมที่มีกระบวนการทางธรรมชัดเจนดีงามอยู่แล้วเป็นปกติด้วย แปลกมากๆ
54. การที่คนไม่รู้ทางธรรมระดับสูงสุดคือ ปธ.9 จะมาตัดสินเรื่องที่ตัวเองไม่รู้ คงต้องใช้เวลาทั้งชาติไปเรียนให้จบปธ.9 ก่อนรึเปล่า จึงจะมาตัดสินได้ถูกต้อง แต่ก็เพียรสอดเข้ามาเพื่อดึงเรื่องถ่วงเวลาให้มีข้อกังขาและเลื่อนกำหนดการเสนอชื่อออกไปเรื่อยๆ ซื้อเวลาเพื่ออะไรสักอย่างที่อยู่เบื้องหลังแน่นอน เรื่องนี้สังคมก็ไม่รู้อะไรเลย คอยฟังคอยเชื่อตามสื่อที่น่าจะโดนซื้อให้ทำตามๆ กันประโคมกันตามๆ กันเพื่อให้เหมือนกับว่าเป็นเรื่องที่ส่วนใหญ่เห็นว่าดีเห็นว่าถูก ต้องแล้วที่ทำอย่างนี้ ทั้งๆ ที่แค่สามัญสำนึกยังไม่ผ่านเลย อย่างกรณีเรื่องคดีศุภชัย นั้นแปลกไหมล่ะ เขาว่าศุภชัยโกงเงินสหกรณ์ไปเป็นหลายหมื่นล้าน แต่พบว่า เอามาทำบญกับวัดพระธรรมกายแค่ 7-8ร้อยล้าน ในแต่ละโครงงานหลายปีรวมๆ กัน
55. แทนที่ DSI จะไปตรวจสอบหาว่าเงินอีกหลายพันล้าน เขาโกงเอาไปที่ไหน กลับมาหาเรื่องซักฟอกจะเอาคืนแค่จากวัดพระธรรมกายทั้งหมดเพราะนึกว่า เงินที่สร้างเจดีย์หรือสิ่งต่างๆ ในวัดมูลค่าหลายหมื่นหลายแสนล้านคงจะมาอยู่ที่นี่หมด แต่ความจริงมีแค่ 7-8 ร้อยล้านที่ทำบุญกับหลวงพ่อธัมมชโยวัดพระธรรมกาย แล้วปล่อยให้อีกหลายพันล้านที่มีใครอื่นเอาไป ไม่เป็นบุญเลยนั้น ไม่มีความหมาย มามุ่งโฟกัสกับแค่ 7-8ร้อยล้านนี้ และเขาก็ไม่รู้ว่า หลวงพ่อไม่เคยยอมให้ใครเป็นเจ้าภาพสร้างวัดทุ่มเงินจากคนนั้นคนเดียวเหมาการก่อสร้างทั้งหมด เพราะท่านต้องการให้บุญเกิดกับคนยากจนและคนทุกระดับ ที่จะได้บุญเป็นที่พึ่งทำให้เกิดความสุขและความสำเร็จในชีวิตของพวกเขา จะได้มีเวลานั่งหลับตาทำสมาธิพบความสุขภายในคือเข้าถึงพระธรรมกาย
56. ถ้ามัวแต่ทำมาหากินเมื่อไหร่จะได้มานั่งหลับตา เมื่อไหร่จะได้พบความสุข ดังนั้น แม้ในอดีตเคยมีมหาเศรษฐีระดับอดีตนายกฯ ของประเทศไทยชื่อดังท่านหนึ่ง และ มหาเศรษฐีใหญ่ท่านหนึ่ง เกิดจิตเลื่อมใสศรัทธาขอเหมาทุกโครงการก่อสร้างในวัดของหลวงพ่อโดย เฉพาะมหาธรรมกายเจดีย์ หลวงพ่อยังห้ามเลย และไม่รับด้วย เพราะท่านบอกว่า วัดเป็นบุญของทุกคน ทุกระดับ จะให้ความรวยเกิดแก่คนรวยไม่กี่คนในประเทศคงจะไม่ได้หรอก แล้วท่านก็เพียรบอกบุญแก่ญาติโยมทั่วไปให้ได้มาทำบุญกันคนละเล็กละน้อยละมากตามแต่กำลังทรัพย์ที่จะหาได้
57. จึงมีที่มาของคำว่า ผ่อนบุญ ซึ่งเกิดกับการผ่อนสร้างองค์พระประจำตัวบนเจดีย์นั่นแหละ เจดีย์พระล้านองค์ ทำด้วยวัสดุซิลิคอนบรอนซ์ที่จะทนการกัดกร่อนได้ยาวนานเป็นพันปี จะได้มีรูปกายของมหาบุรุษที่เป็นพระธรรมกายที่คนจะเห็นได้ในตัวเองแบบนี้เปี๊ยบเมื่อปฏิบัติได้ถูกวิธีเข้าถึงได้เห็นได้ เป็นการรักษาพระพุทธศาสนาวิชชาธรรมกายไว้ ที่ฐานองค์พระประจำตัวจะมีชื่อจารึกผู้เป็นเจ้าของบุญแต่ละองค์ทุกองค์ และมีเวลาให้ผ่อนบุญได้จนกว่าจะสร้างเสร็จ ก็เหมือนสร้างบ้าน มีการผ่อนบ้าน ผ่อนรถ แบบเดียวกัน แต่นี่ผ่อนบุญก็ได้บุญไปตามกำลังที่ทำมาแล้ว เป็นสัดส่วนตามที่ทำบุญจริง เช่นกัน บางคนผ่อนไม่จบก็ได้บุญแค่เท่าที่ทำไม่เจบองค์ ก็จะมีเจ้าภาพมาปิดให้จบเพื่อให้ก่อสร้างเสร็จในเวลาต่อมาด้วย
58. ใครทำแค่ไหนก็ได้บุญแค่ที่ทำเป็นตามกฎแห่งกรรมจริงๆ ดังนั้น กรณีศุภชัย และ DSI เข้ามา ก็มาจากกลุ่มคนที่มโนและพวกไปดึงเขั้ามาเพื่อให้จัดการพระธัมมชโย เพื่อให้ด่างพร้อยถึงสมเด็จช่วง จะได้ดึงเรื่องเสนอชื่อสมเด็จช่วงไม่ให้เป็นพระสังฆราชไปได้นานๆ จนกว่าอะไรสักอย่าง ที่พวกเขารู้กัน แต่คนทั้งชาติไม่รู้เรื่องด้วยเลย แบบนี้เห็นได้ชัดว่า มีผู้ตั้งใจกลั่นแกล้งเอาผิดกับหลวงพ่อธัมมชโยด้วยเหตุผลบางอย่างเบื้องหลังจริงๆ แล้วมันเหลือเชื่อเหมือนกันที่คนทางโลกที่ไม่ได้มาทำบุญที่วัดพระธรรมกายจะคิดไปไม่ถึง ว่า ศุภชัยถวายทำบุญด้วยเช็คเป็นหลักร้อยล้าน หลายๆ ครั้งมาแล้ว ก่อนที่จะมีการโกงสหกรณ์ฯ
59. และที่พิธีกรถามว่า มีสหกรณ์ฯ อยู่ในวัดพระธรรมกายหรือเปล่า คุณอัยย์ตอบถูกแล้วว่า ไม่มี แต่มีสหกรณ์อยู่ใกล้รั้ววัดพระธรรมกาย เปิดให้บริการสะสมเงินแก่ชาวนักบุญที่มาอยู่ใกล้วัดได้เก็บออมเงิน ก็เหมือนธนาคารต่างๆ ก็มาเปิดอยู่ใกล้ๆ วัดพระธรรมกายเพื่ออำนวยความสะดวกเงินเข้าออกในการทำบุญ และเงินส่วนใหญ่ก็ฝากถอนเพื่อทำบุญกับหลวงพ่อและวัดพระธรรมกายทั้งสิ้น บางครั้งก็มีการให้บริการกู้เงินดอกเบี้ยต่ำเพื่อให้เกิดสภาพคล่องแก่นักบุญด้วยเหมือนกัน ซึ่งไม่ได้เป็นการผิดตรงไหน เมื่อผู้บริหารสหกรณ์หรือธนาคารแห่งไหน อยากได้บุญนี้ที่อำนวยความสะดวกให้กับนักบุญได้มีเงินไปทำบุญก่อน ตราบเท่าที่ผู้กู้ยังไม่มาผ่อนใช้คืนสหกรณ์หมด ใช้คืนเงินกู้ตามสัญญาได้หมด บุญนั่นเป็นของสหกรณ์หรือธนาคารนั้นไปเรื่อยๆเลย ก็จะทำความเจริญมาสู่สหกรณ์หรือธนาคารแห่งนั้นต่อๆ ไปด้วยเพราะผลแห่งบุญที่ทำไว้ บุญจะกลายเป็นของผู้กู้ครบหมดทันทีที่ผ่อนครบหมด ถ้าไม่หมดก็ได้บุญแค่ผ่อนตามนั้
60. ถ้าผู้กู้ผ่อนไม่หมดหรือหมดแรงผ่อนต่อ เป็นหนี้สูญ สหกรณ์ก็จะเป็นผู้ได้บุญนั้นไปโดยอัตโนมัติ และบริหารหนี้สูญไปตามระบบของสหกรณ์ก็ไม่เกี่ยวกับใครเพราะสหกรณ์จะทำอย่างนี้ได้ต้องรู้จักเรื่องการทำบุญมาพอสมควรจึงจะอำนวนความสะดวกแบบนี้ได้ ส่วนมากผู้กู้ก็ได้เงินก้อนไปทำบุญใหญ่ก่อน เพราะพอบุญใหญ่ปิดโครงการก็จะไม่มีให้ทำแล้ว จึงต้องแข่งกับเวลาหาเงินก้อนมาทำบุญก่อน แล้วมาทยอยส่งคืนสหกรณ์ทีหลังตามสัญญากู้ยืม มันไม่แปลกตรงไหนเลยเมื่อโครงการสร้างอาคารของหลวงพ่อไม่ใช่ราคาถูกๆ หรืออาคารเล็กๆ ระดับค่าก่อสร้างหลักพันหลายพันล้านเพราะงานใหญ่ ไปทั่วโลก
61. เราเห็นการก่อสร้างใหญ่ๆ ทางโลกเช่นสร้างห้างสรรพสินค้าให้คนไปเดินซื้อของ ยังไม่เห็นมีใครเอาเงินของตัวเองมาลงเพื่อสร้างทั้งห้าง ก็เห็นเปิดประมูลบ้าง กู้ธนาคารมาลงทั้งนั้นแหละ โดยมีสัญญาใช้คืนและดอกเบี้ยตามที่ตกลงกันได้ทั้งนั้น แค่หลวงพ่อไม่ได้เป็นผู้เซ็นสัญญากู้ยืมเพื่อก่อสร้างใดๆ ลูกศิษย์รู้สึกอยากเป็นเจ้าของวัดเจ้าของบุญนั้นเอง ใครมีเครดิตก็ไปเปิดเครดิตกับธนาคารหรือสหกรณ์เพื่อกู้เงินก้อนมาทำบุญแทนหลวงพ่อก็เป็นเรื่อง ที่น่าชื่นชมอนุโมทนา คนเรายังยอมเป็นหนี้ธนาคาร 20-30 ปีเพื่อซื้อบ้านอยู่เองสักหลัง หรือเป็นหนี้ธนาคารสัก 5 ปีเพื่อซื้อรถมาใช้สักคัน ทำไมเราจะยอมกู้ธนาคารเพื่อเอาเงินมาถวายให้หลวงพ่อทำงานพระศาสนาโดยขอเป็นผู้ผ่อนใช้คืนหนี้เองไม่ได้บ้าง ในเมื่อหลวงพ่อท่านสร้างจริง ใช้จริง และบุญเกิดขึ้นจริง
62. เวลาบุญเกิดขึ้นจริง ผู้ถวายปัจจัยนี่แหละ จะเห็นผลนั้นด้วยตัวเองและจะปลื้มมาก จึงได้เต็มใจทำแล้วทำอีก ส่วนถ้าใครพลาดหมุนเงินไม่ผ่านเพราะมีวิบากกรรมกลั่นแกล้งโดนโกงเหมือนศุภชัย ก็จะต้องเจอกรรมตามเล่นงานให้ชดใช้ไปตามกฎหมายอยู่แล้ว แต่มันตัดตอนไปแล้ว ระหว่างที่เงินนั้นถวายหลวงพ่อไปแล้วโดยท่านไม่รู้เห็นอะไรด้วย และท่านก็นำไปสร้างเสร็จแล้ว บุญเกิดกับเจ้าของเงินไปเรึียบร้อยแล้ว ส่วนเจ้าของเงินไปหยิบยืมใครเขามาแล้วไม่คืนรึเปล่า ไม่ได้เกี่ยวข้องกับหลวงพ้่อ เช่นกันกับใครๆ ในโลก ถ้ามีใครเอาเงินมาร่วมลงทุนกับเราในการทำการค้าอะไรสักอย่างด้วยกัน แล้ววันดีคืนดี พบว่า เงินนั้นเขาโกงคนอื่นมา
63. ถามว่า ตัวเราไม่มีส่วนรู้เห็นด้วยอะไรเลย จะต้องตามไปชดใช้หรือโดนฟ้องร้องไปด้วยจะยุติธรรมไหม จะมีใครสักคนไหมที่จะยินดียอมรับผิดว่าได้สมรู้ร่วมคิดกับเพื่อนโกงเงินนั้นมาจากคนอื่น ทั้งๆ ที่ตัวเองไม่รู้เรื่องอะไร แล้วถ้าโดนเอาผิดแบบเดียวกันนี้ จะยอมรับไหมว่าตัวเองได้ทำชั่วไปกับเพื่อนด้วย แบบเดียวกันนี่แหละ เมื่อลูกศิษย์คนไหนจะทำบุญเท่าไหร่แค่ไหน ไปเอาเงินใครมาหรือโกงเขามาแล้วไม่ใช้คืนรึเปล่า หลวงพ่อย่อมไม่รู้ไม่เห็นเช่นกัน เมื่อไม่รู้ไม่เห็น จะเรียกว่า ผิดอาบัติปาราชิกได้อย่างไร แม้แต่มีคนคิดจะกล่าวหาว่าท่านผิดศีลข้อ 2 อทินนาทาน ยังว่าไม่ได้เลย เพราะการจะทำผิดศีล ต้องผิดครบองค์ประกอบของศีลด้วย
64. ตั้งแต่ ต้อง 1.
รู้ว่าทรัพย์นั้นมีเจ้าของหวงแหน 2. มีจิตคิดอยากได้ทรัพย์นั้น 3. วางแผนเพื่อให้ได้ทรัพย์นั้น 4. ลงมือกระทำการเพื่อให้ได้ทรัพย์นั้น และ 5. ได้ทรัพย์นั้นมาเป็นของตนในที่สุด กรณีศุภชัยนั้น หลวงพ่อไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเขาจะไปเอาทรัพย์ของใครมา ก็ต้องคิดไว้ก่อนว่า เป็นทรัพย์ของตัวเขาเอง และหลวงพ่อไม่มีจิตอยากได้ทรัพย์ที่มีคนหวงแหน เพราะคนที่จะถวายทำบุญ ย่อมไม่มีคำว่าหวงแหนแล้ว และท่านก็ไม่ได้วางแผนเพื่อทำการให้ได้ทรัพย์นั้นที่มีคนหวงแหน เอามาเป็นของตน เพราะทรัพย์นั้นคนตั้งใจถวายแล้ว ไม่ได้หวงแหนแล้ว จึงนำมาถวายได้ สุดท้ายหลวงพ่อได้ทรัพย์มาโดยไม่เข้าข่ายในองค์แห่งศีลข้อ 1 ข้อ 2 ข้อ 3 ข้อ4 แต่ได้ข้อ 5 มาโดยไม่รู้ จึงไม่ผิดในองค์แห่งศีล ไม่ครบความผิดตามองค์แห่งศีล ย่อมไม่ผิดศีล
65. แต่ความจริงก็เป็นอย่างนั้น เพราะมหาเศรษฐีที่มาทำบุญกับหลวงพ่อถวายเป็นหลักหลายร้อยล้านก็มีอยู่มากมายหลายคน ไม่ใช่แค่ศุภชัย แต่หลวงพ่อไม่ได้ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับใคร แม้เวลามาร่วมพิธีกรรมจะมีการจัดที่นั่งให้พิเศษสำหรับเจ้าภาพมหาเศรษฐีต่างๆ ตามระดับการทำบุญมาก ก็เป็นการให้ความสะดวกและความสบายใจในการมาร่วมพิธีกรรมบุญที่รวมคนทุกแบบไว้ด้วยกันเท่านั้น ท่านก็ให้การต้อนรับปฏิสันถารตามลำดับและตามความเหมาะสมไม่ให้โลกติเตียนได้เท่านั้น เพราะการมาวัดนั้น คนมาได้ งูมาได้ ปลาก็มาได้ วัดเป็นที่เปิด การป้องกันภัยอันตรายก็ทำได้ระดับหนึ่ง คนคิดดีก็มี คนคิดชั่วก็ไม่ติดป้ายบอกกันที่หน้าผากให้เห็น
66. การจัดบริเวณร่วมพิธีให้ตามระดับของความเป็นเศรษฐีจึงเหมาะสมและทำให้สบายใจ เมื่อนั่งหลับตาจะได้ไม่ต้องระแวงว่าลืมตามาแล้วกระเป๋าสตางค์เงินล้านจะหายไป เหล่านี้เป็นเหตุเป็นผลกันตามชนิดและประเภทของคน แต่ไม่ใช่การซื้อที่นั่งที่คนชอบเรียก เมื่อคนมีหลายประเภท คนประเภทเดียวกันระดับเดียวกันก็จะมีความพึงพอใจแบบคล้ายๆ กัน ก็จัดให้อยู่ในบริเวณเดียวกัน เพื่อการดูแลให้เป็นสุขในการร่วมพิธีบุญเท่านั้น ในทางโลก หากเราร่วมพิธีการไหนๆ เขาก็ต้องจัดให้บุคคล VIP หรือ VVIP ได้นั่งในที่พิเศษเพื่อการดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกเป็นหลัก แบบเดียวกัน เมื่อพิธีบุญเป็นกิจกรรมบุญใหญ่เหมือนงานสัมมนาใหญ่ๆ ทางโลก การจัดระเบียบแบบนี้ก็เป็นที่สะดวกและสบายใจแก่ทุกคนที่มาร่วมบุญ
67. เมื่อวัดพระธรรมกายทำงานใหญ่ระดับโลก มีบุคคลระดับโลกหลายท่านเดินทางมาร่วมในพิธีบุญก็มี เป็นการมาศึกษาดูงานก็มี การต้อนรับดูแลก็จำเป็นต้องพัฒนาให้เป็นมืออาชีพเฉกเช่นการประชุมใหญ่ๆ ของบุคคลสำคัญระดับโลกด้วย แต่ไม่มีการแจกแถมอะไรเป็นพิเศษนอกจากที่นั่งที่สะดวกและปลอดภัยกว่าระดับล่างลงมา ก็เท่านั้น ส่วนการที่ใครจะมาทำบุญกับหลวงพ่อ มีทั้งแบบที่ถวายรวมพร้อมกับคนอื่นๆ ในสภาหรือห้องแก้วสารพัดนึกที่วัดพระธรรมกาย กับแบบที่ขอให้ผู้ประสานงานติดต่อขอพบเพื่อถวายต่อหน้าหลวงพ่อเป็นการส่วนตัว ก็มีแต่ก็ต้องมีเหตุเหมาะสมและจำเป็นสมควร เพราะหลวงพ่อมีเวลาน้อย อายุมากแล้ว สังขารไม่เอื้อต่อการรับแขกหรือเจ้าภาพแบบตัวต่อตัวได้นานๆ หรือบ่อยๆ
68. มีแค่กรณีที่เป็นญาติสนิทที่หายไปนาน หรือผู้ร่วมสร้างบารมีมาเก่าก่อนเคยสนิทกันเคยคุยกันใกล้ชิด ก็จะมีโอกาสจัดเวลาให้บ้าง กับผู้ที่มีกุศลศรัทธาในตัวหลวงพ่อแต่ยังไม่เชื่อมั่นในตัวบุคคลที่ทำงานด้านการเงินให้กับหลวงพ่อ กลัวเงินทำบุญของตนจะไม่ถึงหลวงพ่อจริงๆ แบบนี้ก็มี ยิ่งเป็นการทำบุญจำนวนหลักแสนของเจ้าภาพระดับกลางบางท่านที่ไม่เคยทำมากขนาดนี้มาก่อน ก็เกิดความระแวงไม่กล้าถวายรวมกับคนอื่นๆ ขอถวายส่วนตัวก็มี และเพื่อความปลื้มใจส่วนตัว ที่ได้ทำบุญกับหลวงพ่อที่ตนเองเคารพรักที่สุด เมื่อได้ถวายกับท่านก็เกิดความปลืั้มปีติ ซึ่งความปลื้มนี้เป็นผลให้ผลบุญส่งเร็ว ผู้ที่ถวายแบบนี้มักจะพบเหตุอัศจรรย์หลังทำบุญคือ ความปลื้มเป็นเหตุให้สมบัติกลับคืนมาสู่เขาไม่ทางใดก็ทางหนึ่งแบบเร็วแรงและอัศจรรย์เหลือเชื่อเสมอๆ
69. และเขาก็จะปีติอยากนำมาถวายทำบุญเพิ่มกับหลวงพ่ออีกเรื่อยๆ ได้มาก็มาทำอีกเรื่อยๆ ความปลื้มเพิ่มขึ้นก็รวยขึ้นเร็วขึ้น กลับมาทำอีกเป็นวัฏจักร แบบนี้ก็มี ซึ่งหลวงพ่อไม่เคยหยิบจับเงินนั้น หรือในถุงมีอะไรก็ไม่เคยรู้ อาจมีการเขัียนปิดป้ายหน้าถุงว่ามาถวายปัจจัยสมมติว่า 1 ล้าน ก็เห็นแค่หน้าถุง แต่รับแล้วก็ผ่านคืนให้กับผู้ประสานงานของเจ้าภาพท่านนั้นนำไปเข้าบัญชีที่ห้องขันติของที่วัดต่อไป มีส่วนน้อยที่ถวายปัจจัยเป็นการส่วนตัวแบบที่นายมโนกล่าวว่า ปัจจัยเข้าย่ามหลวงพ่อโดยตรง ซึ่งเมื่อใดที่ท่านได้รับมาแบบนี้ ท่านก็จะมาประกาศในรร.อนุบาลฯ ที่ท่านลงสอนด้วยเสมอ ว่า ท่านได้รับจากใครมาและท่านจะนำปัจจัยนั้นไปทำอะไร เพื่อให้เกิดเป็นบุญเร็วแรงแก่ผู้ถวาย นี่ก็เป็นรายละเอียดที่เป็นความจริง
70. มันก็มีเหมือนกัน ที่นักบุญหลายท่าน ตั้งใจจะถวายทำบุญกับหลวงพ่อในโครงงานหนึ่งๆ จำนวนหนึ่ง เช่น หมื่นบาท แต่เป็นการตั้งเป้า มีการออกเช็คล่วงหน้าถวายไปก่อนแล้วเมื่อเงินพร้อมจึงโอนเข้าบช. ของผู้ประสานงานไปดำเนินการต่ออีกที หรือค่อยแจ้งให้ผู้ประสานงานเข้าเช็คที่ตัวถวายไว้แล้วนั้นในวันเวลาที่กำหนด บางโครงการเป็นช่วงจังหวะทีเศรษฐกิจไม่ดี แต่งานฟื้นฟูพระพุทธศาสนารอไม่ได้ เพราะมีภัยพาลภายนอกและภายในอยู่ตลอด หลายท่านตั้งเป้าจะทำบุญเพราะอยากได้บุญนั้น แต่คาดการณ์ผิด ตีเช๊คล่วงหน้าแต่เงินมาไม่ทันก็ มี ก็ทำให้ไม่เข้าเป้า ต้องมาบอกบุญกันใหม่ ก็มีเป็นเรื่องปกติ ใครทำบุญแบบไหนก็ได้แบบนั้น แต่ก็ดีกว่าคนที่ไม่ทำอะไรเลย ก็ไม่ได้บุญเลยเช่นกัน
71. ดังนั้น เป็นปกติที่หลวงพ่อจะไม่ทราบไม่เห็นเช็คที่เขียนสั่งจ่ายในนามท่านหรือวัดพระธรรมกายว่ามาจากใคร มีเท่าไหร่ เพราะท่านบอกบุญเป็นโครงการสร้างแต่ละอย่าง มีกำหนดเวลาชัดเจน เหมือนที่คุณอัยย์บอก เมื่อใครต้องการทำบุญแค่ไหนที่ตัวเองจะปลื้มได้ดุจเป็นเจ้าของวัดก็จะทำทุกทางที่จะได้ทำบุญนั้นๆ มากเท่าที่จะปลดกังวลให้กับหลวงพ่อได้ เพราะหลวงพ่อท่านเป็นพระไม่มีหลักทรัพย์เพื่อการไปกุู้ธนาคารไหนๆ ในการสร้างอาคารสถานที่ต่างๆ ก็เหมือนทางโลกต้องมีการจ้างรับเหมาก่อสร้างจ่ายเงินค่าก่อสร้างเป็นงวดๆ ไม่ได้สร้างให้ฟรี เงินจ่ายทีละงวดต่องานก่อสร้างแต่ละชิ้นเป็นภาระหนักของเจ้าอาวาสที่เป็นพระและไม่มีรายได้อยู่แล้ว
72. ท่านจึงต้องบอกบุญและเป็นเนื้อนาบุญที่ดี ที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่ญาติโยมเมื่อนำทรัพย์มาถวายทำบุญกับท่านในซองในถุงทองในวันอาทิตย์ที่จะเห็นคนเป็นพันๆ หมื่นๆ มาถวายทำบุญแต่ละโครงการเท่าไหร่ก็ตาม ด้วยความบริสุทธ์ของท่านและผู้ถวายมีศีลบริสุทธิ์ด้วย ทรัพย์บริสุทธิ์ด้วย ก็จะส่งผลบุญได้เร็วอย่างอัศจรรย์มีให้เห็นมากมายหลายหมื่นเคสตลอด 46 ปีของวัดพระธรรมกาย จึงไม่มีใครสงสัยในความบริสุทธิ์หรือความเป็นเนื้อนาบุญของหลวงพ่อธัมมชโยและยินดีพอใจมากที่จะนำทรัพย์ที่หาได้ยากหรือเก็บไว้ใช้ยามยาก แต่ตัดสินใจนำออกจากบช.ธนาคารเพื่อมาถวายทำบุญสร้างโครงงานต่างๆ ให้หลวงพ่อท่านได้มีสถานที่ทำงานพระศาสนา
73. พอจบโครงการก็จะไม่มีแบบนั้นอีก จนกว่าจะเปิดโครงการใหม่ และการก่อสร้างสิ่งต่างๆ หรือทำโครงการต่างๆ ท่านก็ทำจริง เห็นๆ ตรวจสอบได้ทุกอย่าง ทำให้บุญเกิดขึ้นทันใจญาติโยม ความปลื้มเกิดขึ้นเมื่อเห็นบุญที่ตนเองถวายทำด้วยทรัพย์ที่หาได้ยากแต่ละครั้ง ได้เกิดเป็นบุญยสถานที่คนมาสั่งสมบุญกัน เมื่อเห็นบุญเกิดขึ้นจริงก็เกิดความเชื่อมัั่น ปีติและภาคภูมิใจ ที่มีส่วนในการสร้างงานพระศาสนาของหลวงพ่อให้สำเร็จไปทั่วโลก ด้วยเหตุนี้ การทำทานกับหลวงพ่อในจำนวนมากระดับหลายร้อยล้าน จึงมีอยู่มากในมหาเศรษฐีที่ยังมาวัดมาปฏิบัติธรรมกันอยู่ ซึ่งต่างคนก็ต่างมา และจะสังกัดพรรคการเมืองสีเดียวกันหรือคนละสี ก็ไม่มีใครสนใจเมื่อมาวัด
74. เมื่อเข้ามาวัดก็เป็นสีขาวด้วยกันหมดทุกคน ไม่มีการคุยเรื่องการเมืองในวัด เพื่อความสงบสุขของทุกคน ก็เป็นกติกาสำคัญในวัดที่ทำให้สงบสุขมาในทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็นสส.หรืออดีตสส.หรือสว.หรืออดีตนายกฯ คนไหนก็ตาม จะเป็นฝ่ายไหนสีไหนก็มาเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อเดียวกันได้ ไม่ทะเลาะกันเพราะไม่คุยกันเรื่องการเมือง มีแต่ทางธรรมะและทางบุญ นี่คือศาสนา ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองอย่างที่ใครพยายามจะชี้่ชวนชักนำให้คิดมองเป็นแบบอื่นให้ผู้คนหวาดระแวงว่าวัดพระธรรมกายเป็นของพวกฝ่ายสีนั้นสีนี้ เพื่อเป็นเป้าโจมตีทางการเมือง แต่แท้จริงไม่เกี่ยวอะไรกับการเมืองเลย มีแต่การพระศาสนาเท่านั้น
75. ดังนั้นการเพ่งโทษติเตียนหรือกล่าวร้ายต่างๆ กับหลวงพ่อธัมมชโยในตลอดหลายปีที่ผ่านมาจนถึงทุกวันนี้ ก็เป็นกระบวนการคนภัยคนพาลที่มุ
่งร้ายต่อพระพุทธศาสนาอย่างแท้ริง เพราะทุกวันนี้พระพุทธศาสนาแข็แกร่งเป็นปึกแผ่นมั่นคงขึ้นเมือหลวงพ่อธัมมชโยรวมสงฆ์ได้ทั่วประเทศเป็นปึกแผ่นมั่นคงในการทำความดีร่วมกัน ทั้งจัดบวชพระทั่วไทย ตักบาตรทั่วไทยเพื่อนำยข้าวสารอาหารแห้งไปช่วยเหลือวัดที่ประสบภัยใต้ ตลอด12ปี เป็นความเข้มแข็งของหลวงพ่อธัมมชโยและลูกศิษย์วัดพระธรรมกายที่ทำให้พระพุทธศาสนามีกำลัง เป็นที่พึ่งหลัก และเป็นศูนย์รวมใจชาวพุทธของทั้งโลกได้
76. การที่มโนและพวก หรือใครก็ตาม มีความคิดทำให้สงฆ์แตกแยก และทำลายชื่อเสียงทั้งหลวงพ่อธั
มมชโยและสมเด็จช่วง อาศัยเหตุต่างๆ เพื่อขัดขวางแบบนี้ จึงชัดเจนว่า มีใครที่ต้องการทำลายล้างพุทธศาสนาให้หมดไปจากประเทศไทย จึงมุ่งทำลายประมุขสงฆ์ที่จะส่เสริมหลวงพ่อวัดพระธรรมกาย ให้ทำงานพระศาสนาได้สะดวกขึ้น จะทำให้พุทธศาสนาในไทยเข้มแข้งจนศาสนาอื่นหรือความเชื่ออื่นหมดความหมายไปได้ การมุ่งขัดขวางนี้คือการตั้งใจทำลายพุทธศาสนาที่กำลังเข้มแข็งให้พินาศลงเพื่อการเข้ามาของศาสนาอื่นอย่างแน่นอน
77. แค่ศาสนาอื่นจะมีอะไร ถ้าไม่คิดครอบครองอาณาจักรไทย คงจะไม่ต้องคิดการทำลายพุ
ทธศาสนาแบบนี้ แถมยังมีการสนับสนุนชัดเจนให้ฝ่ายขัดขวางทำการได้สะดวกทุกอย่าง แม้แต่ใช้กำลังทหารที่กำลังเป็ผู้บริหารประเทศ ในขณะที่ หากฝ่ายพุทธ จะทำอะไร แม้แค่การทำกิจวัตรปกติของชาวพุทธ ตามความเชื่อของศาสนาพุทธ ยังถูกขัดขวางห้ามปรามโดยกำลังทหารด้วย ที่ไม่รู้ว่าใครสั่งมา แบบนี้ชัดเลยว่า รัฐบาลทหารกำลังคิดการใด ไม่ว่านายกฯ จะรู้เห็นเป็นใจ หรือไม่รู้แบบไร้เดียงสาก็ตาม ผลลัพธ์คือ ถ้าทำสำเร็จ เป็นการทำลายพุทธศาสนาให้สูญสิ้นและเปิดสู่การรับศาสนาอื่นอย่งแน่นอน
78. เมื่อศาสนาพุทธ ดีขนาดนี้ เมื่อสมเด็จช่วง ดีงามขนาดนี้ เมื่อหลวงพ่อธัมมชโย ดีงามขนาดนี้ ดีงามทั้ง3 เป็นความงามและความสุขความเจริ
ของประเทศชาติและเป็นสันติภาพของสังคมโลกด้วย ทุกท่านควรช่วยกันปกป้องรักษาสนับสนุน 3 สิ่งดีงามนี้ ให้อยู่คู่ประเทศและโลกใบนี้ มากกว่าการมาประนามกล่าวร้ายผสมโรงกับคนคิดชั่วที่มีผู้สนับสนุนผู้อยู่เบื้องหลังที่คิดทำลายความสุขสงบ ทำลายความเจริญรุ่งเรืองของประเทศจริงไหม
อาจมีคนคิดว่า การมีศาสนาอื่นก็น่าจะดีได้เหมื
อนกันถ้าให้โอกาส อาจหาว่าเราใจแคบที่ไม่เอื้อเฟื้อต่อศาสนาอื่นได้ เราฝากแง่คิดอย่างนี้นะว่า
79. ถ้าศาสนาใดก็ตาม อาศัยกระบวนการทำลายล้างพุ
ทธศาสนาที่ดีงามอยู่ ทำลายสิ่งที่ดีอยู่มากๆ แล้ว ให้เสียด้วยกระแสสื่อสารพัด ด้วยทุกกระบวนการทางโกงด้านกฏหมาย อาศัยคนโกงและชั่วที่ไม่เชื่อบุญบาป ทำการบาปใหญ่ในทุกวิถีทาง ทำสิ่งที่ดีให้เสีย บิดเบือนความจริงไปให้เห็นผิดกันทั่วประเทศ และทำลายให้สิ้นเพื่อหมดเสียนหนาม ค่อยเข้ามาเสนอขายตัวเองเป็นทางเลือกแบบกึ่งบังคับน่ะ จะเรียกว่าศาสนานั้นดีได้อย่างไร เมื่อใครต้องเหยียบหัวใครขึ้นมาข่มเขา หรือเข้ามาด้วยการทำให้เขาฉิบหายเสียก่อน ผู้นั้นย่อมเลวร้ายยิ่งกว่าการตบหัวแล้วลูบหลัง ถ้าใครจะขึ้นมาใหญ่กว่าใครด้วยการฆ่าความดีความงามที่มีอยู่ของศาสนาพุทธ แล้วบอกว่าจะให้ความสุขความดีความงดงามที่แท้จริงกว่าที่เคยมีเคยได้จากศาสนาพุทธที่พระศาสดาสอนไม่ให้ทำร้ายใครไม่ฆ่าไม่เบียดเบียนใคร มีแต่การให้ ให้อภัยและเมตตานั้นน่ะ จะเป็นไปได้อย่างไร ใครเชื่อก็ต้องบอกว่า เวรแล้ว!!!
80. ขอบคุณคุณอัยย์ เพชรทอง และทีมงาน ที่มีความกล้าหาญ นำเสนอความจริงที่ไม่เคยมีใครมาพูดบอกด้วยตัวเป็นๆ เพราะวิถีคนพุทธแบบนักสร้างบารมีชาววัดพระธรรมกายมักจะไม่ชอบเอาเรื่องใคร เอาแต่บุญกุศล และไม่พูดว่าร้ายใครแม้เขาจะร้ายจริงๆ ก็ตาม แต่การที่จะปล่อยให้คนที่ไม่รู้ โดนชักจูงไปในทางที่ผิด ชวนให้ร่วมกันประนามหรือกระหน่ำความเข้าใจผิดว่าร้ายจ้วงจาบหลวงพ่อและสมเด็จช่วงเพราะความไม่รู้เท่าทัน ถือเป็นการไม่สมควร เมื่อความจริงมีอยู่ และคนดีดีไม่ควรที่จะโดนพญามารชักนำคนชั่วให้มาพาไปนรกด้วยกันแบบรู้ผิดๆ ไปด้วย กัลยาณมิตรชาววัดพระธรรมกาย จึงไม่อาจนิ่งดูดาย ให้คนไม่รู้เป็นเหยื่อของคนคิดร้ายต่อพระพุทธศาสนา ใช้ทำบาปที่สวนทางกับความดีที่ฝ่ายพระชักชวนให้ทำ
81. โดยเฉพาะหลวงพ่อวัดพระธรรมกายที่มีแต่ชวนให้คนทำความดี ไม่ทำความชั่วเลย ไม่ว่าด้วยกาย ด้วยวาจา หรือด้วยใจ เมื่อท่านถูกกล่าวร้าย แม้คนกล่าวร้ายทำอะไรย่อมได้บาปนั้นตอบสนองเองก็ตาม การแก้ต่างก็จำเป็นเพื่อช่วยให้ผู้ที่ไม่รู้ ไม่พลอยติดร่างแหไปกับกระบวนการพากันไปอเวจีมหานรก อย่างที่กำลังทำกันอยู่ นั่นเอง ขออนุโมทนาบุญกับผู้ที่เป็นทนายแก้ต่างให้หลวงพ่อและสมเด็จช่วงทุกท่าน สาธุ ขอให้บุญคุ้มครองทุกคนที่ทำความดี ธรรมะคุ้มครองโลกให้สงบสุข ให้คนภัยคนพาลแพ้ภัยตัวเองโดยพลันทันที ให้พระพุทธศาสนายังอยู่ยั้งยืนยงคงคู่โลกใบนี้และทุกโลกในจักรวาลแสนโกฏิจักรวาลอนันตจักรวาล ตลอดกาลนาน เทอญ

@เคียงตะวันสู่สุดธรรม
*สุรีย์จันทร์ สุขสุทธิกุล
14.03.2559

#วัดพระธรรมกาย
#พระสังฆราช
#สมเด็จช่วง พระมหารัชมังคลาจารย์
#หลวงพ่อธัมมชโย
#เรารักพระพุทธศาสนา
#พระพุทธศาสนา วิชชาธรรมกาย
#พระพุทธศาสนา
#สันติภาพโลก
#สมาธิ
#การปฏิบัติธรรม
#มหาปูชนียาจารย์
#หลวงปู่สด
#โครงการฟื้นฟูศีลธรรมโลก
#คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิ
กาจันทร์ ขนนกยูง
#เรารักหลวงพ่อธัมมชโย

ความคิดเห็น ตอนที่ 2

24. เรื่องเกี่ยวกับคุณยายจันทร์ มโนก็โกหกตั้งแต่หาว่าคุณยายป่ยเป็นโรคอัลไซเม่อร์ เพราะที่จริงคุณยายมีความทรงจำเป็นเลิศ และด้วยวิชชาธรรมกายที่คุณยายเข้าถึง แม้คุณยายอจ. จะป่วย ยังคอยต่อวิชชาให้กับหลวงพ่อที่ยังไม่บวช ไปนั่งสมาธิด้วย ช่วงบั้นปลาย ถ้าเทียบคนวัยเดียวกันละก็ คุณยายผู้มีพระธรรมกายภายในเป็นที่พึ่งที่ระลึกอยู่ทุกวันทุกอนุวินาที ยิ่งมีสติแจ่มชัดยิ่งกว่าคนธรรมดา คำกล่าวนี้ของมโนจึงเรียกว่าชั่วแท้ๆ แล้วยังปั้นเรื่องว่า หลวงพ่อยึดอำนาจเมื่อคุณยายป่วย แถมยกเหตุที่ฟังจากคนที่เห็นไม่ชัด ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ไม่ได้ยินกะหูว่า คุณยายพูดเรื่องอะไร หลวงพ่อทำอะไร แล้วมาปะติดปะต่อเอาคำคนนั้นทีนนี้ทีมาต่อเป็นเรื่องเป็นราวเพื่อเอามาใส่ความหลวงพ่อให้คนเสื่อมศรัทธาทำนองชี้ชวนให้คนฟังนึกเป็นเรื่องสีกาหรือชู้สาวอีก คงกะเอาให้ครบกระบวนการทำลายล้งหลวงพ่อและวัดพระธรรมกาย แบบนี้สมควรไหมที่คุณอัยย์จะพูดอย่างสุภาพถึง 3ครั้ง ว่า มโนเป็นผู้คิดเนรคุณ อาฆาตพยาบาทจองล้างจองผลาญ แค้นฝังหุ่นซะจริงๆ
25. มีผู้ถามเกี่ยวกับที่คุณอัยย์บอกว่า การเข้าพบหลวงพ่อธัมมชโยนั้นไม่ยาก ที่ลูกชายคุณอัยย์จะไปร้องเพลงให้หลวงพ่อฟัง ท่านยังต้อนรับเลยนั้น เขาสงสัยว่า ต้องมีการไปร้องเพลงให้หลวงพ่อฟังด้วยเหรอ อันนี้ขอช่วยตอบว่า ความจริงไม่ได้มีคำว่าต้อง และเพลงที่เด็กน้อยไปร้องให้หลวงพ่อฟังเป็นเพลงธรรมะที่หลวงพ่อเปิดประกอบการสอนธรรมะแบบรร.อนุบาลฯ ทุกวัน ที่ทำให้ธรรมะเป็นเรื่องสนุกมีบันเทิงใจเหมาะทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เมื่อเด็กน้อยได้ฟังรายการที่หลวงพ่อสอน นานแค่ไหนเขาจึงจะร้องเพลงธรรมะได้สักเพลงหนึ่ง แล้วอยากจะร้องให้ครูฟัง การที่เด็กที่เป็นนร.จะขอร้องเพลงธรรมะให้ครูฟังแสดงว่า เด็กต้องการบอกครูว่า เด็กตั้งใจเรียนจริงๆ และจดจำคำสอนผ่านบทเพลงได้ด้วย จึงขอมาร้องให้หลวงพ่อฟังเพื่อให้ท่านปลื้มใจ เพราะการสอนของท่านไม่มีสิ่งตอบแทนใดๆ นอกจากลูกศิษย์หลานศิษย์ไปทำความดีตามที่ท่านสอน จะได้มีกำลังใจเพราะคุ้มเหนื่อย เท่านั้น
26. มันน่าคิดนะว่า เด็กที่ไม่เข้าวัดพระธรรมกาย เขาชอบทำอะไรกัน ร้องเพลงอะไรกัน เชื่อฟังพ่อแม่ไหม หรือว่าดื้อจนพ่อแม่เอาไม่อยู่ อย่าว่าแต่ฟังธรรมเลย แม้การเรียนก็ไม่สนใจเป็นส่วนใหญ่ แต่นี่ลูกชายคนเล็กของคุณอัยย์ มีความรักการฟังธรรมและเข้าหาครูเพื่อแสดงความจริงจากใจว่า ตัวหนูน้อยได้ตั้งใจเรียน ตั้งใจฟังธรรมและธรรมนั้นประทับไปในใจนำไปปฏิบัติได้อย่างแน่นอน การไปร้องเพลงให้หลวงพ่อฟังแบบนี้จึงเป็นการทำบุญอีกทางหนึ่งแบบพิเศษที่นำความปลื้มใจถวายแก่พระผู้เฒ่า ให้มีกำลังใจสอนธรรมะต่อไปได้ทุกวัน เด็กน้อยลูกคุณอัยย์ย่อมเติบโตมาเป็นคนดีของสังคมและประเทศชาติ นำความสงบสุขสันติมาให้แก่สังคมคนรอบข้างได้
27. ที่มโนพูดไหลลื่นกล่าวหาหลวงพ่เรื่อง ชวนคนทำบุญแบบหมดตัว แถมมีสโลแกน "ปิดบัญชีทางโลก เปิดบัญชีทางธรรม" และพิธีกรมาถามคุณอัยย์ว่ามีไหม คุณอัยย์ยังต้องการตอบข้อกล่าวหา อันก่อนหน้า แต่พิธีกรไม่สนใจให้ตอบ ทั้งเรื่องการนุ่มห่มของหลวงพ่อ การขายค้อนฯ พอเขาพูดใส่ความโกหกหมดชุดแล้ว พิธีกรก็จับอันสุดท้ายมาถามอัยย์ที่รอการอธิบายข้อกล่าวผิดๆ ทั้งหมดของมโน ยังไม่ได้โอกาสพูดเลย ถ้าคนดูสังเกตุดีๆ พิธีกรปล่อยให้มโนพ่นข้อกล่าวหาหลวงพ่อเป็นชุดแบบไม่เว้นช่องให้อัยย์ อธิบายเลย ตอนนั้น มโนจะมีสายตาสีหน้าที่เห็นชัดๆ ว่ากำลังพูดเรื่องที่ไม่จริง ที่รู้ก็ไม่จริง แต่อ้างว่ารู้ละเอียดจากสายที่ยู่ในวัด แบบไม่มีพยานหลักฐาน
28. ทำให้เห็นว่า พิธีกรตั้งใจปล่อยให้มโนกล่
าวหาไปทุกประเด็นแบบไม่ให้ช่องแก้ต่าง และมาตั้งคำถามในอันที่ตัวเองสนใจ คุณอัยย์นึกว่าจะได้แก้ต่างในแต่ละข้อให้คนดูได้ความจริง ก็เตรียมจะตอบเรื่องที่เพิ่งผ่นไป แต่พิธีกรทำเป็นขู่ตะคอกคำถามเหมือนกำลังเล่นละครแกล้งคุณอัยย์ ไม่ยอมให้คุณอัยย์ตอบแก้หรืออธิบายทุกอัน แต่มุ่งเอาคำตอบอันสุดท้ายอันเดียวซึ่งแน่นอน คุณอัยย์มีคำตอบแต่มันเรียงลำดับก่อนหลังไว้ เพราะเป็นห่วงคนดูจะปักใจเชื่อคำโกหกของมโนแบบไหลลื่นไม่มีช่องให้ขัดนั้น ซึ่งดูเหมือนพิธีกรต้องการให้คนดูเชื่อมโนไปเลยทุกข้อกล่าวหา และรวมกันแกล้งคุณอัยย์ที่มีเจตนาดีต่อผู้ชมอย่างแท้จริง ..
29. แต่แม้จะตอบข้อที่ถามอันสุดท้าย ที่พิธีกรทำเพื่อรวนให้คุณอัยย์
สับสน คุณอัยย์ก็ยังตอบได้ถูกต้องว่า คำพูดนั้นสโลแกนนั้นมีจริง แต่ไม่ใช่เริ่มจากหลวงพ่อ เป็นลูกศิษย์ผู้กระหายบุญ อยากเร่งให้ลูกศิษย์คนอื่นๆ ตัดความตระหนี่นำทรัพย์ที่เก็บไว้หวังใช้ซื้อความสุขสบาย เต็มบัญชีตน ได้นำมาทำบุญเพื่อให้ทันงบบุญพอเพียงแก่โครงการที่หลวงพ่อทำแข่งกับเวลา คำพูดนี้เกิดจากผู้นำบุญที่ทำแบบนี้เป็นคนแรก และเป็นคำแรง โดนใจลูกศิษย์ที่ยังหวงทรัพย์ไว้ให้เปิดใจนำทรัพย์ที่เก็บไว้ปรนเปรอสุขให้ตัวเอง มาถวายทำบุญให้โครงงานของหลวงพ่อเสร็จ จึงกลายมาเป็นคำฮิตติดปากนักบุญ
30. เพราะคนที่ทำได้แบบนี้ ได้เห็นผลบุญทันตาทันใจ เพราะปลื้มมากตอนทำบุญ ใครๆ ก็ทำไม่ได้ หรือทำได้ยากที่จะ ปิดบช.เงินฝากของตัวเองที่เก็บออมไว้ เอามาทำบุญในแต่ละ โครงการจนหมดบช. แล้วมันไม่หมด กลับได้คืนมาเร็วกว่าที่คิด และมากกว่าที่คิด จึงทำแบบนี้ซ้ำๆ โครงการต่อโครงการได้จริงๆ เพิ่งปิดบช.ทำบุญไปแล้ว ยังได้กลับมาอีกมากจนบช.มีเงินมากอีก พอถึงโครงงานต่อไปที่หลวงพ่อประกาศชวนทำ ก็เลยปิดบช.มาทำบุญอีกเพราะแน่ใจว่า ปิดบช.ทำบุญ เหมือนเงินหมดแต่ที่จริงไม่หมด กลับคืนมาทับทวีตามความปลื้มในบุญนั้นๆ
31. ทำให้นักบุญเห็นผลบุญงอกเงยกลั
มาเป็นทรัพย์เร็วมากเร็วทันใจ จนเชื่อมั่นในวิธีปฏิบัติของตนตามสโลแกนนี้จึงออกมาบอกแก่ชาววัดในรายการต่างๆ ของ dmc คนที่ทำบุญแบบปิดบช.มาทำบุญ ได้ความรวยเร็วสมใจเป็นเถ้าแก่ั้งแต่อายุแค่ 22ปี ที่หลวงพ่อให้ชื่อว่า เถ้าแก่วัยกระเตาะ เพราะมีนิสัยทำบุญตั้งแต่ยังเป็นเด้กน้อยที่แม่ให้เงินทำบุญหยอดตู้ในวัดทุกครั้งที่มาวัดพระธรรมกาย จนถึงทำงานได้เงินเอง พอหลวงพ่อประกาศโครงการบุญใดๆ ก็ปิดบช.เงินเก็บมาทำบุญหมดทุกครั้ง ปลื้มสุดๆ แบบที่ไม่มีค่ารถกลับบ้าน แล้วบุญก็ช่วยให้เขาก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ และได้ทรัพย์เข้าบช.มาใหม่จากการค้าขายที่รวยอัศจรรย์ทันใจจริงๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า ผลบุญก็หนุนให้เขารวยตลอด เขาและเพื่อนจึงเป็นผู้เผยแพร่คำฮิตนี้จริงๆ และทุกวันนี้ก็ยังร่ำรวยอยู่ในวัยหนุ่มจริงๆ
32. ความไม่ดีของมโน ไม่มีใครอยากพูดถึงเพราะหลวงพ่
สอนให้คนเราคิดดีพูดดี ทำดี เพราะมนุษย์เรามีเป้าหมายเกิดมาสร้างบารมี สมควรมีสวรรค์เป็นที่ไปเมื่อตายแล้ว และไม่มีใครคู่ควรที่จะไปตกนรก ถ้ารู้ว่ากฏแห่งกรรมมีจริง เหมือนที่พระพุทธเจ้าสอน หลวงพ่อจึงสอนเสมอว่า อดีตที่ผิดพลาด ลืมให้หมด บาปทุกชนิดไม่คิดทำเพิ่มอีกอย่งเด็ดขาด และหมั่นสร้างบุญกุศลให้ยิ่งๆ ขึ้นไป ถ้ามนุษย์ทุกคนได้ฟังหลวงพ่อสอน แบบนี้ และทำตามท่านสอน รักษาศีล 5 หมั่นเข้าวัดทำบุญทำทาน และนั่งสมาธิให้ใจผ่องใส ตามคำสอนของพระพุทธเจ้า คนชั่วคงหมดไปจากประเทศ ทุกคนจะมีศีล5 จะไม่ฆ่าใคร ไม่ขโมยใคร ไม่ผิดลูกผิดเมียผัวใคร ไม่โกหกส่อเสียดไม่พูดคำหยาบเพ้อเจ้อ ไม่ดื่มน้ำเมา สุราสูบบุหรี่เสพยาเสพติด หลวงพ่อท่านเป็นแบบนี้สอนแบบนี้ แล้วจะเป็นภัยต่อประเทศได้อย่างไร
33. กับคำสอนที่หาว่าท่านสอนผิดเพี้ยน เรื่องให้พรจงรวย ขายค้อน มอมเมาให้คนทำบุญหมดตัวหลงงมงาย ก็เป็นเรื่องที่มโนพูดบิดเบื
อนใส่ร้าย ทั้งๆที่เขาไม่โง่ เขารู้ว่า หลวงพ่อสอนอะไร ทำอะไรเพื่ออะไรอย่างแท้จริง แต่เขาตั้งใจจับเรื่องทำให้มันตลกผิดเพี้ยนเพื่อดิสเครดิต เพราะคิดไปเองว่า หลวงพ่อหลอกคนให้มาทำบุญกับท่านจนหมดตัว แล้วเสพสุขบนความโง่ของผู้คน การกระทำของมโนนี่แหละ กล่าวหาดูถูกคนที่มาทำบุญกับหลวง พ่อว่าโง่งมงาย เพราะคนที่มาทำบุญมีทุกระดับ และปัญญาชน ก็มีมาก มหาเศรษฐีก็เยอะ ฉลาดๆ กันทั้งนั้น คิดหรือว่า ถ้าซื้อค้อนอันละ350000 แล้วจะรวย แล้วหลงเชื่อไปซื้อกันด้วยเหตุั้นจริงๆ ไม่มีใครโง่ในการจ่ายเงินของตนที่หามาได้ยาก กับเรื่องที่พิสูจน์ไม่ได้ หรือไม่มีสาระความจริง คือให้หลอกกันง่ายๆ ไม่มีทางหรอก
34. แต่มีเหตุผลประกอบอยู่ในทุกสิ่
ที่หลวงพ่อทำ ตามธรรมะที่พระพุทธเจ้าสอนทุกอย่าง ชนิดที่ เวลาท่านสอน จะมีพระลูกระดับมหาเปรียญประโยค9 อยู่ร่วมเรียนเพื่อกำกับความรู้ให้มั่นใจว่าถูกต้องด้วยทุกวันที่ท่านลงสอน ตลอดมาเกือบ 14ปี ผ่านดาวเทียมไปทั่วโลก และอย่าลืมว่า วัดพระธรรมกายมีพระที่สอบพระบาลีจบระดับสูงสุดคือ ประโยค9 มากที่สุดในประเทศ กว่า70รูป ซึ่งการวัดผลสอบเปรียญธรรม9ประโยคนั้นคือการรับรองว่าเรียนรู้คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ถูกต้องแม่นยำที่สุดในระดับมาตรฐานประเทศไทย เมื่อพระในวัดพระธรรมกายลูกศิษย์หลวงพ่อมากกว่า 70 รูป สอบผ่านระดับสูงสุดพระบาลี และทุกรูปรับรองการสอนของหลวงพ่อว่าถูกต้อง ย่อมเป็นการรับรองด้วยจำนวนเปรียญธรรม9ประโยคจำนวนรูปมากที่สุในประเทศไทยด้วยว่า หลวงพ่อสอนถูกต้องมากที่สุด ถ้าหลวงพ่อสอนผิดจริง พระมหาเปรียญปธ.9 ทั้งหลายคงหันหลังไปจากวัดพระธรรมกายจนหมดนานแล้ว จริงไหม
35. พระผู้เฒ่าแต่อาจดูหนุ่มกว่าวั
เยอะเช่นหลวงพ่อธัมมชโยนั้น ท่านเป็นเบาหวาน ทำให้ขาซ้ายบวมถึงขนาดหมอเคยบอกว่าต้องตัด เพราะเลือดเสีย ขาดำมาก สายตาท่านแพ้แสงเพราะโรคเบาหวานหนัก จึงต้องสวมแว่นตาดำตั้งแต่หนุ่มๆ แต่ท่านปฏิบัติดีปฏิบัติชอบทำให้ธรรมรักษาและบุญรักษาให้เจอหมอดียาดี การที่เห็นท่านสวมอังสะแขนยาว ใส่ถุงเท้า ห่มผ้า และทุกวันนี้เพิ่มสวมหมวกด้วย มันเป็นโรควิบากกรรมเก่า กับความชรา และการปฏิบัติธรรมละเอียด ซึ่งเป็นเหมือนพระครูบาเจ้าฯ บางรูปอายุเพียง 37 ปี ก็มีอาการหนาวสะท้านเมื่อโดนลมแบบนี้ เพราะธาตุดินน้ำลมไฟในตัวมีการปรับสมดุลระหว่างนั่งสมาธิดำดิ่งสู่ภายใน หากกายภายนอกโดนลมก็จะมีผลต่อร่างกายทำให้หนาวเหน็บเหมือนโดนเข็มแทงดังที่คุณอัยย์บอก
36.
มีคนไม่ป่วยคนไหนมั๊ยที่อากาศร้อนแบบนี้ จะสวมหมวกไหมพรม จะใส่เสื้อยืดแขนยาวห่มคลุมผ้าและสวมถุงเท้าได้โดยไม่มีเหงื่อและทนร้อนอยู่ได้เพื่อความหล่อหรืออะไรที่ใครกล่าวหาไปได้ คิดไปได้ยังไง ความงามผิวพรรณเนียนละเอียดผุดผ่องของท่านริมฝีปากชมพูสดใสเป็นของจริงธรรมชาติล้วนๆ ไม่ต้องแต่งหน้าทาปากบำรุงอะไรเป็นพิเศษ นอกจากธรรมภายในเป็นที่บำรุงเลี้ยง ดังที่พระพุทธเจ้าก็มีสอนไว้ ว่า อานิสงส์ของการทำบุญอะไรจะได้สิ่งใด ผิวเนียนละเอียดมาจากการเคยถวายผ้าไตรจีวรดอกไม้ของประณีตบูชาพระและพระสงฆ์ในชาติก่อนๆ มาส่งผล ริมฝีปากสวยได้รูปฟันงามเรียงชิดสนิทกัน เกิดจากการเคยพูดคำไพเราะมีปิยะวาจา ไม่พูดคำหยาบส่อเสียดโกหกเพ้อเจ้อ พูดแต่คำจริงคำดี ยกใจคน ให้กำลังใจคนทำความดี พูดชวนคนทำความดี เป็นยอดกัลยาณมิตร มาแต่ชาติปางก่อน เหล่านี้ประกอบเหตุเช่นไรย่อมได้รับผลเช่นนั้น
37. ผลในชาติปัจจุบัน มาจากการประกอบเหตุในชาติเก่าก่
อน ดังนั้นผลในชาติต่อไป ก็จะเป็นเพราะเหตุที่ทำไว้ในชาตินี้ด้วยเป็นหลัก นี่คือกฏแห่งกรรม ดังนั้นไม่ว่าใครจะเพียรพยายามใส่ร้ายป้ายสีหาความบิดเบือนสร้างกระแสทำลายชื่อเสียงเกียรติคุณหวังให้คนหมดศรัทธาหมดเลื่อมใสในตัวหลวงพ่อธัมมชโยในเรื่องรูปกายภายนอกที่ดูสวยเกินผู้หญิงงามกว่าผู้ชาย ใครฟังธรรมหรือได้ศึกษาคำสอนของพระพุทธเจ้าที่พูดถึงลักษณะ กายมหาบุรุษ จะเข้าใจถูกในเรื่องนี้ ว่า ลักษณะมหาบุรุษนั้น จะงดงามกว่าผู้หญิง สวยกว่าผู้ชาย แต่ก็ไม่ใช่ตุ๊ดไม่ใช่แต๋ว ไม่ใช่เกย์อะไรอย่างที่พวกจัญไรพยายามกล่าวหา เอาความโง่ของตนมาคุยชวนให้ชาวบ้านโง่ตามไปด้วย
38. แถมยังได้บาปมหันต์เพราะถือว่าจ้วงจาบด้วยความไม่เคารพในพุทธลักษณะที่ทุกคนถ้าตั้งใจสร้างบุญบารมีตามแบบพระพุทธเจ้าก็จะมีลักษณะกายมหาบุรุษได้ทีละอย่างจนกระทั่งได้ครบ 32 ประการพร้อมด้วยอนุพยัญชนะ 80 ประการ ตามแบบพระพุทธเจ้าในชาติสุดท้าย ใครไม่ปรารถนาก็คงพอใจกับรูปชั่วของตัวเองที่มองเองว่าดีงามตามสภาพเพราะทำอะไรให้ดีกว่านั้นไม่ได้ แต่ถ้าใครปรารถนา แค่ทำตามพระพุทธเจ้าในการสั่งสมบุญบารมี 10 ทัศ 20 ทัศ 30 ทัศ สักวันหนึ่งในชาติหนึ่งก็จะได้ครบลักษณะดังที่ตั้งใจไว้อย่างดีแล้วแน่นอน การที่หลวงพ่อท่านได้ลักษณะ บางอยา่งเช่น กรอบหน้า และมาเห็นชัดในตอนหลังนี้ เป็นเพราะที่จริงท่านมีอยู่แล้ว แต่ช่วงที่ท่านป่วยมาก โกนศีรษะทุกวัน จึงไม่เห็นผม และเห็นกรอบหน้าไม่ชัด
39. แต่ปัจจุบันท่านมีอาการดีขึ้นบ้าง ทำให้เส้นผมดูดำขึ้นกลับคืนมา จึงเห็นลักษณะกรอบหน้าได้ชัดเจนและสมบูรณ์กว่าที่เคยเห็นในสมัยหนุ่มๆ เป็นด้วยบุญบารมีที่ท่านสั่งสมมาเต็มที่ในชาตินี้้ด้วย และเป็นพยานให้กับคำสอนของพระพุทธเจ้าในเรื่องลักษณะมหาบุรุษที่ใครๆ ถ้าต้องการและปรารถนาก็จะสามารถทำได้ด้วยการสั่งสมบุญไปทุกชาติๆ นี่ก็แสดงว่า หลวงพ่อท่านได้สั่งสมบุญมายาวนานมาก จึงเห็นลักษณะที่ใกล้เคียงกับลักษณะมหาบุรุษอยู่ในรูปกายของท่านหลายประการ ที่คนใกล้ชิดและมีความรู้ในเรื่องนี้จึงจะร่ำลือกัน แต่ไม่เป็นที่เปิดเผยแก่คนภายนอก เพราะความรู้ความเข้าใจไม่เท่ากัน ก็เกิดปัญหาได้
40. บางกระแสยังได้ยินคนกล่าวหาว่าท่านปั้นพระพุทธรูปหน้าตาเหมือนตัวท่านเอง ทำให้คิดว่าปั้่นตัวท่านเองมาให้คนกราบไหว้ แต่ความจริงเรื่องนี้ก็คือ พระพุทธเจ้ามีลักษณะมหาบุรุษครบถ้วนทุกประการ เห็นจากพระธรรมกายภายในรูปแบบนี้ ก็ให้ช่างปั้นที่เห็นแบบเดียวกันนี้ปั้นออกมาให้ได้เป๊ะตามลักษณะพระธรรมกายทุกประการ ส่วนว่า ถ้ามีบางส่วนที่หลวงพ่อธัมมชโยมีคล้ายกับใบหน้าของพระพุทธรูปของวัดพระธรรมกาย ก็แค่เป็นพยานหลักฐานหนึ่งที่ยืนยันว่า หลวงพ่อได้สร้างบารมีตามแบบพระพุทธเจ้ามายาวนานและยังไม่เต็มสมบูรณ์ แต่ก็มากพอที่จะได้ลักษณะมหาบุรุษเหมือนพระธรรมกายภายในอยู่บ้าง ทำให้ดูคล้ายๆ
41. ซึ่งความจริงอีกเหมือนกันที่บอกว่า มนุษย์ทุกคนมีพระธรรมกายลักษณะเหมือนพระพุทธรูปที่วัดพระธรรมกายอยู่ในตัว จะเห็นได้ทุกคนเข้าถึงได้ทุกคนถ้าขยันหมั่นปฏิบัติธรรมและทำถูกหลักวิชชาการปฏิบัติที่หลวงพ่อสอนทุกครั้ง ทำเองที่บ้านทุกวันนั่งไปทุกวัน เมื่อเข้าถึงพระธรรมกายภายในตัวเองจะเห็นแบบเดียวกันมีลักษณะเหมือนพระพุทธรูปที่วัดพระธรรมกายที่หลวงพ่อให้ช่างที่นั่งธรรมะเข้าถึงพระธรรมกายภายในแล้วปั้นออกมาให้เหมือนที่เห็นนั่นเอง และที่จริงหลวงพ่อก็บอกว่า มนุษย์ทุกคนจะต้องมีรูปกายแบบเดียวกันกับพระธรรมกายภายในตัวกันทุกคน เพราะเป็นกายที่สมบูรณ์ โรคภัยไข้เจ็บไม่สามารถเบียดเบียนได้
42. และถ้ารูปกายได้ลักษณะเหมือนพระธรรมกายภายในตัว เวลาซ้อนธรรมะละเอียดของพระธรรมกายภายในกับร่างกายของเรา ก็จะซ้อนกันสนิทไม่มีช่องว่างให้พญามารแทรกโรคภัยหรือความเจ็บปวดเมื่อยใดๆ มาได้ จะทำให้นั่งสมาธิได้นานและทำวิชชาธรรมกายไปปราบมารถึงที่สุดแห่งธรรมได้ และมนุษย์ทุกคนตอนมาเกิดชาติแรกก็มีรูปร่างแบบกายมหาบุรุษกันทุกคน แต่พญามารเอากิเลสมาบังคับใจมนุษย์ให้สร้างกรรมทำผิดศีล 5 แล้วก็เอาวิบากกรรมมาบังคับปรับคดีให้ไปตกนรกโดนทำทัณฑ์ทรมานต่างๆ ในนรกยาวนานจนหมดบาปแล้วมาเกิดใหม่เป็นมนุษย์ก็ติดลักษณะเสียๆ เพราะเศษของวิบากกรรมที่เคยทำไว้ เอามาส่งผลให้ร่างกายพิกลพิการผิดแบบไปจากกายมหาบุรุษที่เคยมีอยู่
43. เรียกว่า ตัวถังที่เคยสมบูรณ์เหมือนกันหมดแบบเดียวกับพระพุทธเจ้า ได้บุบบี้เสียสวยไปต่างๆ นานาตามเวลาของการเกิดมานับภพนับชาติไม่ถ้วนของแต่ละคน เมื่อกายมหาบุรุษเสียรูปไปด้วยบาปจากการผิดศีลและการทำชั่ว การจะได้ลักษณะกายมหาบุรุษกลับมาก็ทำได้โดยการสั่งสมบุญกุศลเต็มรูปแบบเอาลักษณะที่แข็งแรงสมบูรณ์นั้นกลับคืนมาเช่นกัน และเป็นที่มาของการที่หลวงพ่อชักชวนคนทั้งโลกให้สั่งสมบุญทานศีลภาวนา และให้ปฏิบัติธรรมจนกว่าจะได้เห็นพระธรรมกายภายในตัวจึงจะเกิดความเชื่อมั่นว่าพระในตัวมีจริง ดีจริงเข้าถึงได้จริง และทุกวันนี้ 46 ปีที่ยาวนานของการกำเนิดวัดพระธรรมกายได้ทำให้มีพยานรู้เห็นการเข้าถึงพระในตัวได้เห็นลักษณะที่ว่านี้กันมากมายปรากฏเป็นหลักฐานอยู่จากทั่วโลกไม่เลือกเชื้อชาติศาสนาหรือเผ่าพันธุ์ใด
44. ความดีงามบริสุทธิ์ของหลวงพ่อธัมมชโยนั้น ใครคิดจะใส่ร้ายป้ายสีให้เกลียดหรือเข้าใจผิดทำให้หมดศรัทธาท่าน อาจทำได้ในหมู่ผู้ไม่ฟั
งธรรมไม่ศึกษาธรรมไม่มีความรู้ที่ถูกต้องของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และรับฟังคนเลวๆ ที่คิดทำร้ายทำลายท่านและพุทธศาสนา แต่จะไม่มีผลต่อลูกศิษย์ผู้รักการฟังธรรมและเป็นชาวพุทธแท้ ที่รู้จักกฏแห่งกรรมจากทั่วโลก ที่ได้ปฏิบัติธรรมจนเข้าถึงพระธรรมกายภายในเห็น-เข้าถึง-เป็นรูปกายที่มีลักษณะมหาบุรุษแบบพระพุทธเจ้าแล้วมากมาย  ดังที่คุณอัยย์ บอกว่า "ทองแท้ย่อมไม่กลัวไฟ"
45. มีคำพูดนึงที่มโนพูดหน้าตาเฉย แต่ไม่เคยได้ยินหลวงพ่อพู
ดเลยแม้แต่ครั้งเดียว ในฐานะเราเป็นลูกศิษย์ฟังธรรมทุกวันปฏิบัติธรรมตามเสียงนำของท่านทุกครั้ง มายาวนานกว่า 13 ปี ว่า หลวงพ่อเป็นพระต้นธาตุต้นธรรม มีแต่ท่านพูดว่า หลวงปู่สดคือพระต้นธาตุต้นธรรม โดยพูดตามคำบอกเล่าของปู่ผง ที่เป็นญาติสนิทของหลวงปู่บันทึกเทปไว้ หลวงพ่อนำมาเปิดออกอากาศในรร.อนุบาลฝันในฝันวิทยา ที่พูดว่า หลวงปู่เป็นพระต้นธาตุ ตอนที่ปู่ผงมาปฏิบัติดูแลหลวงปู่อุปัฏ ฐากหลวงปู่สด หลวงปู่พูดว่า ที่มาปฏิบัติดูแลท่านนี่ ไม่ใช่พอดีพอร้าย กำลังปฏิบัติต้นธาตุเชียวนะ.. นี่คือหลวงปู่เป็นพระต้นธาตุ แม้ตอนไหนๆ ที่หลวงพ้อธัมมชโยพูด จะพูดเบื้องหลังกับหมู่ศิษย์ใกล้ชิด หรือพูดเล่าออกอากาศในรร. หรือนำปฏิบัติธรรมตอนไหนๆ ก็ได้ยินแค่นี้
46. ไม่เคยมีครั้งไหนที่พูดว่า ตัวหลวงพ่อธัมมชโยเป็นต้นธาตุต้
นธรรม หรือยกย่องตัวเองเหนือกว่าหลวงปู่สดเลยแม้เแต่แค่ความคิดก็คงไม่มี ไม่เช่นนั้นจะไม่แสดงความกตัญญูด้วยการประกาศคุณของหลวงปู่ด้วยการชักชวนลูกศิษย์หล่อรูปเหมือนของหลวงปู่สดด้วยทองคำขนาด1000กิโลทองคำแท้ ประดิษฐานทุกแห่งที่เป็นอนุสรณ์สถานหลวงปู่สด รวมทั้งสิ้น 7 แห่ง 7 องค์ เพื่อให้ตัวตนของหลวงปู่ดำรงอยู่ยาวนานที่สุดให้เป็นที่พึ่งที่ระลึกแก่คนรุ่นหลังได้สักการะบูชาขอบุญบารมีท่านปกป้องคุ้มครองรักษาให้พ้นภัยและทำมาค้าขึ้นร่ำรวยเป็นคนดีที่ไม่โดนรังแกได้ นานเท่าที่ทองคำจะรักษาสภาพของตัวมันไว้ได้
47. หลวงพ่อมิได้ให้คนหล่อตัวท่
านเองไว้ให้คนกราบไหว้นานๆ และท่านยังให้หล่อคุณยายอจ.จันทร์ ด้วยทองคำแท้ถึง 2 องค์ด้วยเป็นการประกาศคุณของคุยายอจ.ของท่าน ซึ่งนับเป็นการแสดงความกตัญญูรู้คุณที่ทำได้ยาก ยังไม่เห็นมีใครสักคนในโลกที่จะทดแทนบุญคุณครูยาอาจารย์ได้เลิศขนาดหล่อรูปเหมือนของครูด้วยทองคำแท้ขนาดเท่าคนจริงจนถึงเท่าครึ่ง คือใหญ่กว่าตัวจริงแบบนี้ และมากถึง 7 องค์ ผู้มีความกตัญญูมากจริงๆ จึงจะมีดวงปัญญาคิดตอบแทนคุณได้แบบ นี้ ซึ่งแน่นอนว่า คนที่มองไม่ออก ไม่เชื่อ ไม่เข้าใจ ไม่เห็นดีเห็นงามนั้น มักเป็นผู้ไม่มีความกตัญญู จึงขาดปัญญาคิดตามได้ ยิ่งถ้าประนามการกระทำแบบนี้ของหลวงพ่อ ยิ่งแน่นอน ว่าเป็นผู้มีความอกตัญญู เนรคุณ ฆ่าผู้มีพระคุณได้ด้วย เพราะความกตัญญู เป็นที่มาของดวงปัญญาสว่างไสวเฉียบแหลม สิ่งตรงข้ามย่อมทำให้ดวงขาดปัญญามืดบอด และทำการเนรคุณได้เพราะคิดถึงพระคุณของใครไม่ออกเลยนั่นเอง
โปรดติดตามตอนที่ 3
เคียงตะวันสู่สุดธรรม
*สุรีย์จันทร์ สุขสุทธิกุล
14.03.2559
#วัดพระธรรมกาย
#พระสังฆราช
#สมเด็จช่วง พระมหารัชมังคลาจารย์
#หลวงพ่อธัมมชโย
#เรารักพระพุทธศาสนา
#พระพุทธศาสนา วิชชาธรรมกาย
#พระพุทธศาสนา
#สันติภาพโลก
#สมาธิ
#การปฏิบัติธรรม
#มหาปูชนียาจารย์
#หลวงปู่สด
#โครงการฟื้นฟูศีลธรรมโลก
#คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง
#เรารักหลวงพ่อธัมมชโย
 

ความคิดเห็น ตอนที่ 1

facebook รายการต่างคนต่างคิด ให้ความเห็น คอมเม้นท์ได้ครับ
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=462615937270310&id=241195106079062
ได้ฉบับเต็ม ต่างคนต่างคิดมาแล้วครับ สุดยอด เวลาจริง 1 ชั่วโมงกว่าๆครับ -อัยย์


1. ดูฉบับเต็มแล้ว พิธีกรไม่เลวร้ายอย่างที่คิด ช่วงเริ่มต้นรายการและระหว่างกลาง เขาทำได้ดีอย่างน่านับถือความเป็นมืออาชีพ เสียแต่ตอนท้ายๆ ที่เขาเร่งเวลา และไม่ให้โอกาสอัยย์อธิบายแก้ในทุกข้อกล่าวหาที่เขาปล่อยให้มโนพูดไปทั้งหมดอย่างไหลลื่น ทำให้คิดว่าพิธีกรน่าจะมีเอี่ยวตกลงกันไว้กับมโนและพวกในประเด็นไม่เอาพระสังฆราชที่ได้ชื่ือมาโดยชอบด้วยกฎหมายจากมติกรรมการมส. เพราะเขาทิ้งประเด็นไม้ตายเน้นข้อกล่าวหาหลวงพ่อและสมเด็จเอาไว้ให้มโนใส่ความตั้งใจทำให้ผิดเพี้ยนไปจากความจริงและการทำตามกฎหมาย และมโนพูดใส่ความเน้นๆ เป็นคนสุดท้ายก่อนจบรายการ ที่อัยย์จะไม่มีโอกาสแก้เพราะเวลาหมด
2..แบบนี้คนดูย่อมจะไม่ได้ข้อมูลจริงและเอาความคิดแบบต่างคนต่างคิดมาใส่กันมั่วในรายการโดยไม่สนใจข้อแท้จริง นับว่าเป็นส่วนอย่างสำคัญที่ทำให้สังคมยุ่งเหยิง กระตุ้นให้เกิดความแตกแยกจากที่เป็นไปไม่ได้เพราะไม่ควรคิดก็กลายเป็นกระตุ้นให้คิดและทำให้เป็นไปได้ขึ้นมาโดยมีเป้าหมายร้ายๆ คือไม่ทำตามกฎหมายเป็นเครื่องชี้นำ เท่ากับพยายามกลับดำเป็นขาวและทำให้คนแยกแยะผิดชอบชั่วดีไม่ได้ เพราะรายการชี้นำแบบมัั่วๆ ปล่อยให้พูดโดยไม่มีหลักฐานพยานอ้างอิงความจริงใดๆ ให้คนดู ถ้าคนดูหลงเชื่อก็จะกลายเป็นเหยื่อของกฎแห่งกรรมเมื่อเรื่องราวนี้เกี่ยวข้องกับการจ้วงจาบพระสงฆ์โดยเฉพาะสมเด็จช่วง และหลวงพ่อธัมมชโย
3. ที่พิธีกรปล่อยให้มโนพูดความเท็จอย่างขบขันเหมือนเห็นพระธัมมชโยเป็นเพื่อนเล่น เป็นแบบอย่างที่เลวสำหรับสังคมไทยที่เป็นสังคมพุทธ อย่างไม่น่าเชื่อว่าอุตส่าห์ได้ฝึกตัวอยู่กับหลวงพ่อเป็น 10ปี และเป็นพระก็หลายปี ความดีงามใดๆ ของหลวงพ่อที่ตัวเขาเคยเคารพรักศรัทธาตลอด10ปีชนิดที่ถวายชีิวิตให้ได้ กลับไม่มีเหลืออยู่ในความคิดและคำพูดของมโนราวกับเป็นคนที่โดนปีศาจร้ายสิงไปแล้ว ถ้าคนฉลาดอย่างมโนไม่ได้เป็นบ้า ก็ต้องแปลว่า ผลประโยชน์ที่เขาคาดว่าจะได้รับจากการทำแบบนี้มันคุ้มที่เขาจะทำเป็นลืมว่ามีผลตอนตายแล้วเพราะกฎแห่งกรรมจะตามเล่นงานเขาอย่างแน่นอน แต่เขาก็เหมือนลืมสิ้นทุกสิ่ง ใครเชื่อเขาในรายการนี้ก็คงมีที่ไปแบบเดียวกัน

4. เห็นใจคุณอัยจริงๆ  ที่ตอบคําถามสุดท้าย ของพิธีกรไม่ได้ทันใจ เพราะคนดีจะไม่มีคำถามแบบนี้ จะคิดไม่ถึงว่าจะถูกถามแบบนี้ด้วย เพราะเป็นคำถามที่ชี้นำให้คนคิแตกแยกจากที่มติตามกฎหมายออกมาเรียบร้อยดีแล้ว ที่ถามว่า ถ้าผลออกมาชื่อของพระสังฆราชไม่ใช่สมเด็จช่วง จะคิดยังไง. คำถามแบบนี้ไม่มีทางได้คำตอบจากคนดีอย่างคุณอัยย์และคนดีทั้งหลาย เพราะคนดียินดีทำตามกฎหมายอยู่แล้ว และมส.ทำทุกอย่างตามกฎหมายชัดเจนถูกต้องอยู่แล้วตามระเบียบและทำตามที่ยึดถือปฏิบัติมาตั้งแต่สมัยพระสังฆราชองค์ก่อนในแบบเดียวกันด้วย
5. จู่ๆ แค่นายมโนและพวกคิดว่ามันผิดกระบวนการและพยายามใส่ความคิดว่ามันผิดมาให้คนดู ก็เหมือนพยายามรวนกระบวนการสงฆ์และรวนกฎหมาย ที่ถ้าผิดตามที่เขาว่า ก็จะต้องหมายถึงผิดมาตั้งแต่พระสังฆราชพระองค์ก่อนในการแต่งตั้งด้วยกฎหมายเดียวกันด้วย และในฐานะฆราวาสอย่างมโนและพวก ไม่มีสิทธิ์เอาความคิดแบบนักวิชาการเข้าไปแทรกแซงและชี้นำให้ประชาชนเข้าใจผิดกระบวนการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช แบบที่เป็นอยู่ ซึ่งเหตุผลที่ชัดเจนอย่างเดียวที่คนมีปัญญาจะคิดได้คือมโนและพวกไม่ต้องการพระสังฆราชที่ชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ แม้จะได้รับความเห็นชอบตามกฎหมายและกระบวนการทุกอย่างแล้ว คือมส.เขาเป็นหนึ่งเดียวกันอยู่
แล้ว ลงมติเห็นชอบ 100% เสนอชื่อสมเด็จช่วงฯ มส.ทำถูกตามระเบียบดีอยู่แล้
6. การตั้งคำถามแบบนี้ของพิธีกรรายการนี้ ชวนคิดว่าเขาร่วมมือกับมโนและพวก ต้องการยัดเยียดความคิดแบบไม่เคารพกม.ไม่
เคารพการตัดสินตามระบบด้วยองค์กรสูงสุดของสงฆ์ ชวนให้คนฟังคิดว่า มส.ทำผิดขั้นตอนของกฎหมาย ทำให้คนเข้าใจผิดมส.และองค์กรสงฆ์ พูดกลับดำเป็นขาว กลับขาวเป็นดำ คนดีๆ จะไม่คิดแบบนี้เลย เพราะคำตอบคือสมเด็จช่วง ไม่มีทางเป็นองค์อื่น และมติเอกฉันท์ มโนกับพวกพยายามวิ่งเต้น หาทางแหกกฏทุกด้านเพื่อจะไม่ยอมให้ เป็นตามนี้ น่าคิดว่าทำแบบนี้เพื่อใคร เพื่ออะไร พวกเขาคงรู้อยู่ และพิธีกรก็เอากับเขาด้วย เจตนาของพิธีกร ชัดเจนถามให้เข้าทางของฝ่ายที่ิดไม่ดีคือมโน คิดแหกกฏหมาย คิดแถเอาทางอื่น เพราะอยากได้ชื่ออื่น เป็นพระสังฆราช โดยไม่สนใจกระบวนการทางสงฆ์ ที่ดูแลองค์กรสงฆ์ทั้งปท.มายาวนานนี้ เพื่ออะไรก็มีเบื้องหลังแน่นอน
7. เป็นคำถามที่คนอย่างมโนป้
อนเอา ไว้ ทิ้งไว้เตี้ยมกันไว้ เพราะเป็นคำถามเกี่ยวกับ ผลลัพธ์ที่เป็นไปไม่ได้ ที่ไม่ควรมีใครไปเสียเวลาคิดเพราะมันจบเรียบร้อยไปนานแล้ว รอนายกทำตามกฎหมายตามขั้นตอนก็เสร็จสิ้น แต่มันถูกป้อนให้ถามจากคนที่พยายาม ทำผิดกฎหมาย พยายามบิดเบือนความเป็นจริง พยายามจะใส่ความคิดให้คนคิดว่า พวกเขา ทั้งมโนและพิธีกร ร่วมกับรายการนี้ จะสนับสนุนชื่ออื่น เป็นพระสังฆราช ให้ได้ ใส่ความมส.ว่าทำผิดกฎหมายให้ได้ เพียงแค่ไม่ต้องการให้ชื่อสมเด็จช่วง ถูกทูลเกล้าถวายโดยนายกฯ
8. คำถามสุดท้ายนี้และการตอบของคุณอัยย์ สะท้อนให้เห็นชัดว่า คนที่มีใจเป็นบุญเป็นกุศลอย่
างคุณอัยย์ จะมีวิธีคิดแบบคนดี ยอมรับผลที่ทำตามกม. ส่วนคนที่ตั้งคำถามแบบนี้ แสดงว่ามีปกติคิดชั่วพูดชั่วทำชั่ว ใจเป็นอกุศล ความเป็นอกุศลมันขับเคลื่อนให้อกมาทำแบบนี้ มันไม่ต้องรับผิดชอบคำพูดอะไร ต้องรอตายแล้วถึงจะรู้ว่าคำพูดทั้งหลายเหล่านี้ มันพาความทุกข์ลำบากให้กับตัวเองถึงขนาดไหนแล้วก็ไม่สามารถมาบอกคนได้ด้วย ว่าบุญบาปนั้นมีจริง อีกทั้งโทษทัณฑ์ทรมานในขุมนรกนั้นหนักและยาวนานมากขนาดไหนด้วย ตายแล้วก็รู้เอง
9. รู้สึกอนาถใจกับคนที่พูดจาหยาบคาย มาcomment อยู่ในเรื่องนี้ ที่ส่วนมากก็ไม่รู้ตัวว่า ตามศีล 5 ที่พระพุทธเจ้า สอน ก็ถือว่าผิดศีลข้อ 4 กันทั้งนั้น ก็คือพูดคำหยาบโกหกส่อเสียดเพ้
เจ้อ มีอบายเป็นที่ไปตามกฏแห่งกรรม แค่มาพูดเขียน ความเห็น ก็หยาบคายด่าว่า เหมือนระบาย ความสกปรกของใจตน ที่เก็บอัดไว้แต่คำเน่าๆ  แบบไม่รู้ว่ากำลังทำผิดศีล5 ข้อ4 เลยก็ตาม ไม่ควรทำเลย แต่พวกเขาก็ได้อาศัยคนโกหกอย่างมโนช่วยพาพวกเขาไปนรกขุม 4 ตอนที่ตายไปแล้วได้ และใครที่ว่าแรงๆ พาดไปถึงหลวงพ่อธัมมชโยหรือสมเด็จช่วง ก็ขอให้ทราบไว้ว่า จะได้ไปอเวจีร่วมกับมโนและพวกอย่างแน่นอน แม้ไม่อยากไปหรือไม่รู้อะไรก็ตาม ได้อยู่ฟรีแน่
10.  น่าสงสารนายมโน คงพูดความจริงอยู่แค่ตอนที่ เคยไปบวชอยู่วัดพระธรรมกาย ตลอดเวลาที่อยู่กับหลวงพ่อเป็น 10 ปี ที่ยังไม่บวช ตัวก็ยอมรับออกมาเองอยู่แล้วว่า ศรัทธาหลวงพ่อถึงขนาดชีวิตก็อุทิ
ศให้ได้ แต่จุดเปลี่ยนอ่ะ มันเกิดจากตอนที่ตัวเขา ออกมาจากวัดแล้ว เล่าเองว่ามีเรื่องเกิดกับตัว แต่ไม่บอกว่าตัวเองทำมั่วอะไรไว้ จึงอยู่ไม่ได้ กลับพูดยกตัวเองซะว่าเพราะตัวเองจะได้แทนที่หลวงพ่อธัมมชโยต่อไปจึงต้องมีเหตุให้ออกจากวัด พูดอ้อมๆ แอ้มๆ ตามประสากำลังโกหก ดูตาก็รู้ว่ากำลังหลอกคน ดวงตาเป็นหน้าต่างของใจคน ยิ่งหน้าต่างของคนคิดชั่วอยา่งมโนยิ่งเห็นชัดใหญ่เลย ใครเชื่อเขาก็ต้องไปเรียนจิตวิทยาใหม่ ไม่งั้นชีวิตก็คงจะโดนคนหลอกไปตลอดชาติเพราะดูคนไม่เป็นแบบนี้
11. เรื่องที่นายมโนทำไว้สมัยบวชอยู
่วัดพระธรรมกาย ทำให้ทั้งหลวงพ่อและทุกคนที่เกี่ยว ข้องต้องลำบากมากขนาดไหน แต่ที่ไม่มีใครมาแฉ เพราะที่วัดหลวงพ่อท่านมีเมตตา ไม่ให้พูดความไม่ดีของคนอื่น เพราะเป็นการกระพือความไม่ดีไม่งามของพระ เป็นแบบไม่ดี จะทำให้ปลาเน่าตัวเดียวเหม็นหมดข้อง ทั้งๆ ที่มีพระดีดีอยู่มากมายเป็นพันรูปในปัจจุบันนี้ และหลวงพ่อไม่อยากให้ใครๆ จดจำแบบอย้่างที่ไม่ดี เพราะความดีที่เคยทำก็มีอยู่ แต่เขาไม่พูดถึงความดีของท่านที่เขาถึงกับเคยถวายชีวิตแก่ท่าน ยังกล้ามาทำเบี่ยงประเด็นทำเป็ขำว่า ที่วัดเขาไม่ให้พูด ยกตัวอย่างใครที่ออกไปจากวัดแล้ว ไม่ให้พูดถึง ทำเป็นปูให้คนคิดว่า ปัญหาคือทนเจ้าอาวาสไม่ได้  เพราะไม่มีใครกล้าว่าเจ้าอาวาส ตัวเขาก็ด้วย
12. แต่ความจริง ตัวมโนนั่นแหละ ที่ทำผิด ทำไม่ดี จะทำผิดพระธรรมวินัย จะทำให้วัดเสื่อมเสีย จะเป็นต้นบาปพระแก่พระที่
มาภายหลังได้ พูดไปมีแต่เพิ่มบาปให้กับพระมโน พระที่ในวัดยุคนั้นต่างก็รู้ ถ้าเอาเรื่องไม่ดีของเขาไปพูด รังแต่จะทำให้เขาเคืองแค้นหนักไปเปล่าๆ จึงไม่ให้พูด นี่ขนาดไม่มีใครไปพูดซ้ำให้แค้เคืองหนักขึ้นนะ ตัวนายมโนยังทำย้อนทางเอาความเมตตานี้ของหลวงพ่อ มาเป็นช่องใส่แง่คิดย้อนกลับให้ร้ายหลวงพ่อได้อีก คงได้ไปอเวจีมหานรกสมใจแน่ ถ้าไม่หยุดนะ มีสิทธิ์โดนธรณีสูบ แบบเทวทัต ใครอยากเห็นในยุคนี้ก็กระพือเห็นด้วยกับมโนไปมากๆ แล้วจะได้ไปกันสมใจ ดึงดูดธรณีพิโรธแบบที่เนปาลมาได้เลยทีเดียว ถ้าไม่อยากเจอ ช่วยกันระมัดระวังและอย่าไปหลงเชื่อมโนและพวก อย่าไปร่วมมือทำความชั่วของเขาและพวก แล้วคุณจะปลอดภัย
13. ได้ยินมโนงึมงำๆ แบบว่าแกล้งทำเป็นหลุดปาก ว่าที่ตนออกจากวัดเพราะมีเหตุ เนื่องจากตนจะได้เป็นผู้
แทนหลวงพ่อต่อไป ที่จริงก็ไม่เห็นมีใครบอกแบบนั้น แต่เขาคิดเอาเอง หลงตัวว่าจะเป็นเจ้าอาวาสแทนหลวงพ่อ เพราะคิดว่าตัวเองเก่ง ความจริงถ้าเขาจะได้เป็นจริง ไม่เห็นจะต้องออกไปจากวัด มันต้องอยู่เพื่อพิสูจน์ฝีมือและผลงานให้ใครๆ ในวัดยอมรับ ยิ่งถ้าได้ทุ่มเทสร้างมากับมืออย่างราคาคุยซะขนาดนี้นะ เรื่องอะไรจะหันหลังทิ้งทุกสิ่ที่ทำมาเองไปง่ายๆ และรอเวลาเป็น10ปี เพื่อกลับมาแก้แค้นแบบนี้
14. ถ้ามโนจะเป็นผู้แทนหลวงพ่อต่
อไป ได้จริงๆ ไม่ใช่ทำแบบนี้หรอก มันน่ามองกลับกันว่า ที่ตัวเขาออกจากวัดไป เพราะทนไม่ได้ รับไม่ได้ ในเรื่องต่างๆ ที่ตัวเองอยากแหกกฏทำ แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ทำ และที่ตัวเองไม่อยากทำ แต่โดนกฏระเบียบหมู่คณะบังคับว่าต้องทำ จึงหันหลังให้ ยิ่งห่างไกลจากการที่จะได้เป็นผู้แทนหลวงพ่อหนักขึ้นไปอีก ดังนั้น จากที่เคยภักดีเอาชีวิตให้ได้ตามที่คุยไว้ตอนต้น มาจากไปได้ แสดงว่าต้องผิดหวังอย่างแรง อะไรจะผิดหวังถึงขนาด 10ปีหลัง มาแสดงความแค้น แสดงความเนรคุณ มาทำทุกทางเพื่อทำลายหลวงพ่อได้ขนาดนี้ คิดได้อย่างเดียวคือ ผิดหวังอะไรจะน่าแค้นเท่าผิดหวังที่ไม่ได้เป็นใหญ่ ไม่ได้เป็นผู้แทนหลวงพ่ออย่างที่พูดมามากกว่า
15. ตัวเขาคุยว่าเป็นผู้ออกแบบองค์
รที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ถ้าจริง อาณาจักรธรรมกายก็ต้องเป็นของ เขาในที่สุดว่าไหม แต่ทำไมล่ะ เขาจึงหันจากไปง่ายๆ ย่อมแสดงว่า ที่แท้ไม่ได้ลงมือทำอะไรจริงๆ เลย แถมมีแต่ชนักติดหลังเต็มไปหมด จนไม่มีที่จะแอบซ่อนความไม่ได้รื่องของตัวเองมากกว่า จึงหันหลังจากไปง่ายๆ แบบนั้น แล้วกลับมาล้างแค้น เป็นแบบลูกศิษย์คิดล้างครูเหมืนในหนังแย่ๆ ประเภทมาเฟียต่างๆ เขาคงนึกฝันเอาว่าตัวเขาจะได้เป็นใหญ่เพราะคิดเองว่าเป็นที่โปรดปรานของหลวงพ่อ แต่ถึงเวลาตัวเองไม่ได้เป็นจริๆ คงต้องมีเหตุผล ลงถ้าหลวงพ่อรักเขาจริง อย่างเขาบอก และเขาดีจริงจนใครๆ ก็ชื่นชม มีหรือจะไม่ให้คนที่รัก เป็นใหญ่ หรือไม่ได้รับการสนับสนุน ถ้าเขาเก่งจริงดีจริง แต่นี่คงเพราะหลวงพ่อ ท่านคงเห็นว่าเขาจะเป็นคนแบบนี้ในทุกวันนี้ไง จึงไม่ให้อำนาจนั้น
16. เราติดใจคำว่า กินรวบประเทศ ถ้าด้วยโครงสร้างองค์กรแบบที่วั
ด ที่มโนยกอ้างว่าเป็นมันสมองของเขานะ จะกินรวบประเทศได้จริง ก็คงไม่แปลกที่หลวงพ่อจะไม่มอบอำนาจให้เขา เพราะถ้าให้เขา เขาคงกินรวบประเทศเองอย่างที่เขา กำลังพยายามบอกนี่แหละ และคงแค้นหนักขึ้นเมื่อคิดว่า ตัวเองอดกินรวบเอง แต่เราว่านะ มันคงทำไม่ได้หรอก ถ้าทำได้นะ หลวงพ่อคงทำไปแล้ว ไม่ต้องให้เขามาโฆษณาบอกอยู่แบบนี้ เพราะถ้าหลวงพ่อคิดกินรวบประเทศนะ และโครงสร้างนี้ที่เขาอ้างว่าจะทำได้นะ หลวงพ่อคงทำไปแล้ว แต่ทำเพื่อให้งานเผยแผ่พุทธศาสนาวิชชาธรรมกาย ที่รับภารกิจต่อจากหลวงปู่สด มาเป็นหน้าที่หลักของท่าน จะทำได้ง่ายกว่านี้ เสร็จเร็วกว่านี้ จะได้ทำให้คนทั้งประเทศ ได้มีความสุขที่แท้จริง มีศีล5 กันทุกคน และประเทศไทยเป็นปิ่นนานาประเทศไปแล้ว ไม่ต้องรอจนป่านนี้อายุ 72 ยังพักไม่ได้เลย
17. หลวงพ่อท่านบวชมาเพียงเพราะต้องการมีความสุขจากการปฏิบัติธรรม ไม่ต้องการยุ่งกับใคร ก็เหมือนพระนักปฏิบัติสายวัดป่าที่ชอบหลีกเร้นไปที่สงบวิเวก แต่เพราะรับภารกิจเผยแผ่พุทธศาสนาวิชชาธรรมกายที่ได้รับมอบหมายจากหลวงปู่สดผ่านคุณยายจันทร์มา จึง
ต้องอดทนลำบากตรากตรำเป็นเจ้าอาวาสเข็นงานพระศาสนาอย่างหนัต่อสู้กับภัยพาลทั้งภายในและภายนอกอย่างนี้ ขนาดอายุ 72 ยังวางมือไม่ได้ นี่แสดงว่า มโนราคาคุยเรื่ององค์กรว่าเขาออกแบบเอง เพราะทำไม่ได้จริง ยังไม่พอ มายัดเยียดความเพ้อฝันใส่หลวงพ่อให้คนไม่รู้เรื่องเข้าใจท่านผิด ว่าท่านจะทำตามที่ตัวมโนเอง ทั้งๆ ที่เป็นไปไม่ได้อีกด้วย
18. และที่เขาเล่ามาเนี่ย ยังยุแยงสงฆ์ให้แตกแยกด้วยนะ โดยเฉพาะพระสงฆ์วัดพระธรรมกาย กล่าวหาว่ารองเจ้าอาวาส คือหลวงพ่อทัตตชีโว มี
ใจแตกแยกกับหลวงพ่อ ไม่พอใจหลวงพ่อธัมมชโย เอาแต่พูดลับหลัง แต่ไม่กล้าว่าหลวงพ่อต่อหน้า ไม่กล้าตักเตือนเมื่อเห็นหลวงพ่อทำ ผิด นี่มโนเข้าข่ายทำอนันตริยกรรม กรรมหนัก ตายไปจะต้องตกอเวจีมหานรกด้วย เพราะไปกล่าวอ้างว่า หลวงพ่อรองเจ้าอาวาส ขัดกับหลวงพ่อเจ้าอาวาสว่ามีการพูดลับหลังบ่อยๆ ว่าต้องคอยตามแก้ปัญหาให้เจ้าอาวาส ทั้งที่ความจริง หลวงพ่อรองฯ ท่านเคารพเทิดทูนบูชายกย่องหลวงพ่อธัมมชโยแบบสุดหัวใจ ใครก็แตะหลวงพ่อธัมมชโยไม่ได้ ทั้งเคารพในธรรมและกตัญญูขนาดตายแทนได้ พร้อมเดินก้าวตามก้าวต่อก้าวแบบไม่มีข้อสงสัย เช่นนี้
19. ซึ่งเป็นการการันตี ว่าหลวงพ่อธัมมชโย เป็นพระผู้เลิศผู้ประเสริฐอย่
างแท้จริง และไม่ใช่แค่หลวงพ่อทัตตชีโวรูเดียวที่ยอมมอบกายถวายชีวิตให้ลวงพ่อธัมมชโย แม้พระอื่นๆ ที่สังกัดวัดพระธรรมกาย หรือแม้แต่เดินทางไปเผยแผ่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ใดก็ตามบนโลกใบนี้ ก็ล้วนแต่เอาชีวิตเป็นเดิมพันเพื่อถวายความสำเร็จในงานเผยแผ่พระศาสนาแก่หลวงพ่อกันทั้งนั้น แต่ความคิดกล่าวร้ายหลวงพ่อกลับมาจากคนในวัดที่มโนอ้างว่าเป็นพวกของตนยังบวชอยู่และคอยบอกตน ซึ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะถ้ามโนพูดจริง เพื่อนพระที่ว่านั้นน่ะ ถ้ามีจริงนะแล้วยังอยู่ในวัดอยู่กับหลวงพ่อเนี่ย แล้วก็พูดอย่างนี้จริงนะ พระรูปนั้นก็โกหก มีบาปหนักกว่ามโนอีก เพราะให้ข้อมูลเท็จโกหกทุกอย่างเลย
20. ซึ่งคนอย่างมโนนะ ไม่ใช่โง่นะ เขาพูดอะไรมา จะเชื่อหมดก็ไม่น่าจะใช่ มันก็เลยน่าจะเป็นกลับกัน ได้ข้อมูลจริงมาแล้ว ก็
เอาไปมโนบิดเบือน เพื่อทำร้ายทำลายหลวงพ่อมากกว่า เพราะพระที่อยู่วัดพระธรรมกาย ฟังธรรมจากหลวงพ่อ ยังเป็นพระอยู่ น่าจะรู้ว่าบาปบุญน่ะมีจริง นรกสวรรค์มีจริง แล้วที่เขาอยู่กันได้โดยที่เขาไม่พูดอะไรเนี่ย เพราะเขาไม่อยากเล่นกับนรก เราว่าทุกท่านเป็นคนฉลาดไม่ต้องเป็นด็อกเตอร์มโน หรอก เรื่องของนรกมันไม่น่าเสี่ยงอยู่แล้ว แล้วถ้าหากว่า หลวงพ่อเป็นอย่างที่กล่าวหา ผู้คนทั้งหลายคงไม่อยู่กันยาวนานอย่างทุกวันนี้ คงจะไม่มีการมาบวชอยู่กับท่านอีกมากมาย คงไม่มีใครเชื่อเรื่องนรกสวรรค์ที่ท่านสอนเองแน่ 
21. คนใกล้ชิดหลวงพ่อไม่ใช่มีแค่
มโนคนเดียว มีทั้งพระตั้งหลายรูป มีทั้งฆราวาส มีทั้งเจ้าหน้าที่วัด มีทั้งคนงาน ถ้าท่านทำอะไรไม่ดี คิดเหรอว่าจะเล็ดลอดสายตาใครไปได้ ท่านเป็นบุคคลสาธารณะ เป็นพระเนื้อนาบุญของคนทั้งโลก คิดเหรอว่าทำอะไรจะไม่มีใครรู้ห็น แล้วก็ยังอยู่จนทุกวันนี้ ยิ่งวันคนยิ่งเคารพรักเทิดทูนบูชาเพิ่มมากขึ้น แสดงว่ามีแต่ดี ดีมากๆ มโนกลับอ้างว่ารู้ด้านร้าย ที่มันไม่มีอยู่จริงเลยในท่ามกลางลูกศิษย์วัดทั่วโลกทั้งพระทั้งโยมที่เขารู้กันหมด มโนเอาแต่พูดมั่วโกหกไปฝ่ายเดีว เอาแต่ข่าวที่พวกใส่ร้ายที่มุ่ทำลายวัดพระธรรมกาย จะกุเรื่องชั่วอะไรมาปล่อย ก็ไปเชื่อไปเอามายกอ้างคิดผูกไปเองล้วนๆ เอาแต่ความเข้าใจคิดเอาเอง ไม่คิดถึงคุณความดีตลอด10ปีที่ัวเองเคยอยู่ใกล้ชิดท่าน
22. ซึ่งหลวงพ่อท่านต้องดีมากถึงขนาดคนฉลาดๆ อย่างมโนถึงกับกล้าบอกว่
ายอมเอาชีวิตเข้าแลกเพราะศรัทธามาก นี่ไง แล้วอะไรล่ะ ที่ล้างสมองตัวเขาหลังจากออกไปจากวัดแล้ว ถึงกับลืมสิ่งที่เคยได้รับ บุญที่เคยบวช แค่นั้นก็ทดแทนคุณหลวงพ่อไม่หมดอยู่แล้ว การมาทำแบบนี้มากล่าวหาท่าน ขนาดคิดว่าท่านจะเป็นภัยต่อประเทศ หาว่าท่านจะกินรวบประเทศชาติเพราะคิดเองว่าโครงสร้างของวัดที่ตัวเองมีส่วนออกแบบมา จะเอื้อต่อการกินรวบแบบที่มโนบอกนี่ มันจะเป็นไปได้ยังไง คนธรรมดาคิดไม่ถึงจริงๆ ถ้าเขาคิดว่าหลวงพ่อจะทำแบบนี้ด้นี่ แสดงว่าตัวเองตอนนั้นทำไว้แล้วหวังจะทำอย่างนี้น่ะสิ แต่พอตัวเองไม่ได้ จึงเดือดร้อน กลัวหลวงพ่อจะทำแบบที่ตัวเองคิด มโนจึงคิดทำลายทั้งวัดทั้งพระให้สิ้นซากด้วยข้อหาเป็นภัยต่อประเทศ เรียกว่าเนรคุณ คิดล้างครูยังน้อยไป เพราะทำแบบนี้ คิดล้างพุทธศาสนาให้สิ้นไปด้วย
23. หลวงพ่อรับภารกิจต่อจากหลวงปู่
ดให้เผยแผ่ธรรมไปทั่วโลก ท่านก็ทำแต่เรื่องเป้าหมายทางธรรมนี้ จนแทบไม่มีเวลาพักผ่อนแล้ว จนอายุ72ปีแล้ว จะไปหวังครองอาณาจักรครองประเทศ คิดไปได้ยังไง แค่คิดก็เหนื่อยซี่โครงบานแล้ว จะเอาเวลาไหนไปหาเรื่องสักกรอบหน้า ยิ่งเป็นเบาหวาน มีแผลเลือดออกนิดเดียวก็ลุกลามหายยาก จะไปสักได้ไง แต่ท่านมีกรอบหน้าที่เป็นลักษณะ 1ในกายมหาบุรุษ แบบพระพุทธเจ้า ที่จะได้มาด้วยบุญบารมีเท่านั้น ศัลยกรรมใดๆ ไม่มีทางทำได้ นักสร้างบารมีเขารู้กัน มโนก็รู้ แต่กะหลอกคนที่ไม่รู้อะไร หวังดึงมาเป็นพวกด้วยการพูดทำลายศรัทธาผู้เป็นอจ.ของตนอย่างนี้ ยังบอกว่า ไม่เนรคุณอีกหรือ

โปรดติดตามความคิดเห็น ตอนที่ 2
เคียงตะวันสู่สุดธรรม
*สุรีย์จันทร์ สุขสุทธิกุล
14.03.2559

#วัดพระธรรมกาย
#พระสังฆราช
#สมเด็จช่วง พระมหารัชมังคลาจารย์
#หลวงพ่อธัมมชโย
#เรารักพระพุทธศาสนา
#พระพุทธศาสนา วิชชาธรรมกาย
#พระพุทธศาสนา
#สันติภาพโลก
#สมาธิ
#การปฏิบัติธรรม
#มหาปูชนียาจารย์
#หลวงปู่สด
#โครงการฟื้นฟูศีลธรรมโลก
#คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิ
กาจันทร์ ขนนกยูง
#เรารักหลวงพ่อธัมมชโย